ระทึก! พลิงไหม้โรงงานผลิตสีย่านบางพลีวอดกว่า 500 ล้าน
ร.ต.อ.พงษ์นรินทร์ นนท์ตานอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท ยูอาร์ เคมีคอล จำกัด และ บริษัท อุไรพานิชย์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 81 หมู่ 11 ซอยธนสิทธิ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานและโกดังผลิตและเก็บสีจำนวนมาก โดยปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลบางพลีใหญ่และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 20 คัน เดินทางเข้าไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น และโกดังแบบชั้นเดียว พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากภายในเก็บวัตถุประเภทน้ำมันเตา น้ำมันสน และน้ำมันเรซิ่น รวมถึงน้ำมันเมธานอลที่บรรจุอยู่ในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร กว่า 300 ใบ และถังเก็บขนาดใหญ่อีกกว่า 30 ถัง รวมกว่า 3 แสนลิตร โดยเก็บอยู่ภายในทำให้กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงทำให้เกิดลูกไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะๆ ชาวบ้านและพนักงานต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และเพลิงได้ลุกลามไปลุกไหม้บริษัท นำดีวัฒน์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตสีเช่นกัน ได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกันระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิงตัวอาคาร ซึ่งถูกไฟเผาผลาญเป็นเวลานานได้เกิดการยุบตัวถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ทำให้มีคนงานที่เข้าไปช่วยดับเพลิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน โดยถูกวัสดุตัวอาคารตกลงมาใส่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี ส่วนสถานการณ์ต่างๆ ยังคงตึงเครียดเนื่องจากรถดับเพลิงที่นำน้ำยาเคมีโฟมล์มาทำการดับเปลวไฟได้หมดลงจึงได้มีการร้องขอน้ำยาเคมีโฟมล์จากหน่วยงานอื่นทั้งในจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานครเข้ามาช่วยในการสกัดเพลิงจนถึงขณะนี้เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้แต่อย่างใด ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
จากการสอบสวนนายสมโภชน์ ทรงเมตตา อายุ 55 ปี รปภ.ที่รักษาการณ์อยู่หน้าบริษัท ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนงานกำลังทำงานกันอยู่ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณตีห้าคนงานทั้งหมดได้หยุดพักเบรก และทำการล้างเครื่องผสมสีก่อนพักเบรก1ชั่วโมง จึงไม่มีใครอยู่ภายในโรงงานจนกระทั้งเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงได้มีกลุ่มควันพวยพุงออกมาจากเครื่องจักรผสมสี ตนได้เข้ามาตรวจพบจึงได้ช่วยกันนำถังน้ำยาเคมีมาช่วยกันดับสกัดเพลิง แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้เพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรงก่อนลุกลามไปลุกไหม้เครื่องจักรตัวอื่น ๆ ร่วมทั้งถังเก็บน้ำมันส่วนผสมขอสีซึ่งเป็นสารไวไฟก่อนลุกลามไหม้ตัวอาคารจึงได้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุพร้อมทั้งร่วมวางแผนในการดับเปลวไฟที่ยังลุกไหม้ โดยมี พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม. ใช้เวลาในการประชุมวางแผนนานกว่า 30 นาที ก่อนให้หน่วยผจญเพลิงเข้าทำการดับไฟรอบที่สองโดยใช้น้ำยาโฟมเข้าในการดับเปลวไฟทั้งหมดใช้เวลานานกว่า1ชั่งโมงจึงสามารถดับเปลวไฟทั้งหมดได้ หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบได้พบเครื่องจักรในการผสมสีกว่า20เครื่องซึ่งตั้งอยู่ภายในถูกไฟเผาผลาญได้รับความเสียหายทั้งหมดพร้อมด้วยถังน้ำมันชนิดต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในโรงงานกว่า 300 ถัง รวมทั้งถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่และตัวอาคารได้ถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามใครเข้าออกเกรงว่าจะได้รับอันตราย และในวันพรุ่งนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบรายหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้




