"น้ำยม" ล้นตลิ่ง ทะลักท่วมกลางเมือง "สุโขทัย" ระดับน้ำสูง 50 ซม. ชาวบ้านชุมชนเทศบาลเดือดร้อนกว่า 4,200 คน "พิษณุโลก" เสี่ยงนาเสียหายแสนไร่
ผลกระทบจากพายุราอี ที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง และน้ำทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคอีสาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่ทราบว่าพายุราอีจะพัดเข้าสู่ประเทศไทย และผลจากการเฝ้าติดตาม ทำให้สามารถรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับฝนที่ตกหนักในภาคเหนือส่วนหนึ่งไหลลงเขื่อน และอีกส่วนหนึ่งไหลลงแม่น้ำยม ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามบังคับน้ำให้ไหลลงคลองสาขาหรือพื้นที่รับน้ำที่พี่น้องเกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว และต้องการน้ำไว้ใช้
“สำหรับจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ท่านนายกฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่และรวดเร็ว ทั้งการระบายน้ำ มอบสิ่งของจำเป็น และฟื้นฟูความเสียหาย และมีการวางแผนเผชิญเหตุ ในช่วงปลายเดือน ก.ย.ถึงเดือนต.ค.ไว้แล้ว” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
น้ำยมทะลักท่วมตัวเมืองสุโขทัย
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดวานนี้ (16 ก.ย.) ที่จ.สุโขทัย น้ำจากลำน้ำยมได้ทะลักเข้าท่วมตัวเมือง โดยเฉพาะบริเวณศาลากลางจังหวัด มีน้ำท่วมขังระดับน้ำสูงถึงประมาณ 50 เซนติเมตรสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนใน 6 ชุมชนเขตเทศบาล ประชาชนเดือนร้อนกว่า 4,200 คน
นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นศูนย์บรรเทาสาธารณภัยได้ให้ความช่วยเหลือประชาชน เก็บของขึ้นที่สูง และเร่งนำบิ๊กแบ็กไปวางทำแนวกั้นน้ำ เพื่อลดระดับน้ำที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองสุโขทัย พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออก
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างทำแนวกำแพงป้องกันตลิ่งใหม่จึงได้มีการนำแท่งชิพพลายมาปักป้องกันไว้เป็นการชั่วคราว ทำให้บางจุดเกิดการรั่วน้ำไหลเข้ามาทางด้านล่างเข้าท่วมตัวเมือง ต้องนำเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง เร่งสูบน้ำลงสู่แม่น้ำยม
ตั้งโรงครัว-ที่พักชั่วคราวผู้ประสบภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดสุโขทัย ได้มีข้อสรุปให้เร่งช่วยเหลืออาหารและน้ำดื่ม ยารักษาโรค อย่างทั่วถึงและเร่งด่วน รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ
สำหรับที่พักอาศัยชั่วคราวของประชาชนผู้ประสบภัยและการอพยพ มีการจัดเตรียมไว้สองแห่งคือ ที่วัดกระชงคาราม และสถาบันการพลศึกษาสุโขทัย พร้อมกับการประสานจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา) ยามยาก ตั้งครัวเพื่อประกอบอาหาร และมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบ นำไปแจกจ่ายให้ถึงทุกครัวเรือนที่ประสบภัย
นอกจากนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย ที่มีกำลังพลกว่าร้อยนาย นำรถและเครื่องมือออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย รวมทั้งนำเครื่องจักรกลซ่อมแซมถนน และเส้นทางสัญจรที่เสียหาย พร้อมทั้งอุดรอยรั่วของแนวบิ๊กแบก
พิษณุโลกห่วงท่วมนาข้าวแสนไร่
ขณะเดียวกันผลกระทบต่อเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยม ส่งผลให้ ที่จ.พิษณุโลก มีน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่นาข้าวในเขต อ.พรหมพิราม อ.เมือง และอ.บางระกำ โดยส่วนหนึ่งเกิดจากความพยายามผันน้ำออกจากจ.สุโขทัย
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า กรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ลงแม่น้ำยมสายเก่าให้มากที่สุด เนื่องจาก จ.สุโขทัยน้ำเริ่มท่วมไปแล้ว ใน เขตอ.เมือง อ.ศรีสำโรง ที่อยู่ท้ายน้ำประตูระบายน้ำดังกล่าว โดยผันน้ำลงสู่แม่น้ำน่านที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ในคลองยม-น่าน 80 ลบ.ม.ต่อวินาที และผันลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า ในอัตรา 140-150 ลบ.ม.ต่อวินาที
สถานการณ์ขณะนี้ ในพื้นที่ลุ่มน้ำในเขตแม่น้ำยมสายเก่า มีน้ำเต็มตลิ่งไปหมดแล้ว ที่ชลประทานเป็นห่วงและเฝ้าระวังคือ พื้นที่นาข้าว อายุ2-3เดือน ที่รอการเก็บเกี่ยวใน3อำเภอของพิษณุโลก พื้นที่ประมาณ120,000ไร่ อาจจะได้รับผลกระทบ
พิจิตรน้ำป่าไหลท่วม80หลังคาเรือน
ขณะที่สถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่จ.พิจิตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขต ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อ.ทับคล้อ โดยเฉพาะชุมชนตลาดใต้ ในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ น้ำได้ไหลเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน จำนวนกว่า 80หลังคาเรือน โดยระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนในเขตชุมชนและถนนในซอยตลอดทั้งสาย ระดับน้ำท่วมสูงระดับ 1 เมตร ประชาชนต้องเก็บข้าวของ และ สัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย และต้องใช้เรือ และลุยน้ำเข้าออกภายในชุมชน


