วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจ้งข้อหาหนัก! ผอ.ร.ร.ตบบ้องหูเด็กพิเศษ ป.6

ตำรวจแจ้งข้อหาหนักผอ.ร.ร.ที่อุบลฯ ตบบ้องหูซ้าย เด็กพิเศษป.6 ทำเลือดกำเดาไหล เหตุไม่ยอมเข้าแถวเคารพธงชาติ อาการหนักหูทั้ง2 ข้างไม่ได้ยินเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเมื่อวันพุธที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 10 บ้านหนองห้าง ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้พาด.ช.เอ ซึ่งเป็นหลานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานีว่า ด.ช.เอ หลานชายอายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 เป็นเด็กพิเศษ โรงเรียนหนองห้าง ต.นาคำ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้ถูกนายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง ตบบ้องหูซ้าย ขวา อย่างแรง เอาศอกสับหัว และตบปาก ตบจมูก จนเลือดกำเดาไหล เหตุเกิดที่บริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน ทามกลางสายตานักเรียนทั้งโรงเรียนที่ยืนเข้าแถวอยู่ด้านหน้าเสาธง หลังจากเลิกเรียนหลานได้เดินทางกลับมาถึงบ้าน ร้องไห้มาเล่าให้ยายฟัง โดยมีอาการปวดหัวและปวดบริเวณในรูหูจนทนไม่ไหว ร้องไห้ตลอดเวลา จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ และถูกส่งตัวต่อไปที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ต้องเดินทางเข้า –ออกโรงพยาบาลจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 3 เดือน

นางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี กล่าวว่า จากการรักษาอาการล่าสุดหูทั้ง 2ด้านของหลานไม่ได้ยินเสียง ตาด้านขวามีอาการมัวเริ่มมองไม่เห็น โดยหมอโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานีต้องส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา และทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์นัดให้มาตรวจอาการอีกครั้งในวันที่ 26 กันยายน 2559 เพื่อดูอาการ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องพาหลานเดินทางมาพบหมอตลอด แต่นายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง ที่ก่อเหตุไม่เคยมาดูแลหรือถามข่าวอาการของหลาน มีแต่ช่วงมีเรื่องใหม่ๆ ก็ยอมรับผิดที่ได้ตบเด็กจริง โดยยินยอมจ่ายเงินให้ค่าทำขวัญเด็ก 2,000 บาทแต่ทางญาติไม่รับเนื่องจากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับเด็กพิเศษ

นางบับพาวะดี ฐิติสาร อายุ 59 ปี กล่าวต่อว่าหลังเกิดเหตุได้เดินทางไปร้องเรียนพฤติกรรมของนายวินัย วงศาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองห้าง กับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต3อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดด้านวินัย แต่จนถึงปัจจุบันทางสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ก็ยังไม่ดำเนินการอะไร เมื่อติดตามสอบถามความคืบหน้าก็ได้รับคำตอบจากนิติกรว่ายังไม่ได้ดำเนินการอะไรเนื่องจากต้องรอผลการสอบสรุปสำนวนจากพนักงานสอบสวนเสียก่อนจึงจะดำเนินการในเรื่องวินัยได้ ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนแล้ว โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรีและมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาได้ติดต่อกลับมาแล้วว่าจะให้การช่วยเหลือ

"รู้สึกเสียใจ ด้วยความสงสารหลาน เพราะหลานเป็นเด็กพิเศษ พัฒนาการทางสมองช้า เป็นเด็กที่มีปมด้อย พ่อและแม่ เลิกกันตั้งแต่ตั้งท้องใหม่ๆ แม่ก็ดิ้นรนไปหางานทำอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้ยายเลี้ยงดูตั้งแต่คลอดออกมาจนถึงปัจจุบัน” จากการสอบถามเพื่อนๆ ของหลานที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า สาเหตุที่ถูกหลานถูก ผอ.ทำร้ายร่างกายเนื่องมาจากหลานไม่ยอมที่จะเข้าแถวเคารพธงชาติ บ่นให้เพื่อนๆ ฟังว่าเหนื่อย โดยเดินมานั่งที่หน้าเสาธงแทน เป็นเหตุให้ ผอ.ที่มาดูแลเด็กนักเรียนกำลังเข้าแถวอยู่ไม่พอใจ จึงได้ตบบ้องหูซ้ายขวาอย่างแรง เอาศอกสับหัว และตบปาก ตบจมูก จนเลือดกำเดาไหล เพื่อนๆ ที่เห็นว่า ผอ.ทำร้ายหลาน จึงได้วิ่งไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านได้ทราบ

ด้าน พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สภ.ศรีเมืองใหม่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและได้ดำเนินการสอบพยานแวดล้อมและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อมามีหลักฐานจากใบรับรองแพทย์ซึ่งระบุว่า ด.ช.เอ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายวินัย มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากเหตุทำร้ายร่างกาย โดยแจ้งข้อหาเพิ่มทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน 59 และส่งตัวนายวินัย วงศาสุข พร้อมสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดอุบลฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว