เดือดร้อน! น้ำป่าทะลักท่วม "รพ.หล่มสัก" เร่งขนย้ายคน-อุปกรณ์วุ่น เผย2โรงเรียนหยุดเป็นวันที่สองแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในพื้นที่อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่น้ำในลำน้ำพุงยังคงมีปริมาณมาก แต่ยังไม่ถึงล้นตลิ่ง ชาวบ้านเริ่มเก็บกวาดและทำความสะอาดบ้านในขณะที่พื้นที่อำเภอหล่มสัก น้ำจากแม่น้ำป่าสักเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
ทั้งนี้หลังจากทางชลประทานได้ระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งคืออ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อ่างเก็บน้ำปากห้วยขอนแก่นและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อในพื้นที่หล่มสัก เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างทั้ง 3 แห่งเต็มความจุแล้ว ประกอบกับมวลน้ำจากอำเภอหล่มเก่าไหลมาสมทบ ทำให้แม่น้ำป่าสักล้นเอ่อ เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอหล่มสัก
โดยเฉพาะย่านตลาดเทศบาลเมืองหล่มสัก และบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งริมแม่น้ำป่าสัก โดยที่ชุมชนศรีสะอาด ชุมชนน้ำพุง ชุมชนห้วยไร่ ชุมชนสี่แยกวัดทุ่ง ชุมชนทุ่งจันทร์สมุทร ชุมชนท่ากกโพธิ์ ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ขณะเดียวกันปริมาณน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางเทศบาลเมืองหล่มสักได้ประกาศเสียงตามสายเตือนราษฏรอยู่เป็นระยะๆ ถึงสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โรงเรียนอนุบาลหล่มสัก และโรงเรียนศรีสะอาด ต้องหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วม
ส่วนที่โรงพยาบาลหล่มสัก ปริมาณน้ำกำลังทะลักเข้าท่วมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเก็บสิ่งของ พร้อมประชาสัมพันธ์เสียงตามสายให้ประชาชนและผู้ป่วยเข้าใจและระมัดระวังเป็นระยะๆนอกจากนี้ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ถูกตัดขาดรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ โดยเฉพาะเส้นทางหล่มสัก-บ้านโสก ระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 28 ได้ลงพื้นที่พร้อมเรือท้องแบน ให้การช่วยเหลือชาวบ้านทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของไปอยู่บนที่สูง การนำกระสอบทรายไปปิดกั้นทางไหลของน้ำ ซึ่งขณะนี้มวลน้ำทั้งหมดกำลังไหลลงสู่เขตอำเภอตอนใต้โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในบางจุดแล้ว
ชาวบ้านในชุมชนศรีสะอาดรายหนึ่ง กล่าวว่า หลังจากเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้สร้างผนังกั้นน้ำคอนกรีตริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันตกตลอดแนว เพื่อป้องกันพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ ส่งผลให้ปริมาณน้ำตีกลับมาท่วมบ้านเรือนประชาชน ในซีกทิศตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ทำให้ปีนี้ถูกน้ำท่วมหนักกว่าทุกปี สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก และหากยังมีฝนตกในพื้นที่อีก คาดว่าจะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางแก้ไขในระยะยาวด้วย





