กองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ออกหนังสือแถลงการณ์ประณามทหารเมียนมา กรณีใช้กำลังเข้าโจมตีต่อกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ
นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ได้มีข่าวการสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกระเหรี่ยงพุทธก้าวหน้า (ดีเคบีเอ) และส่งผลกระทบต่อไทยโดยระบุว่ามีผู้อพยพชาวเมียนมาจำนวนมากหนีเข้ามาในไทยพื้นที่ตรงข้ามบ้านแม่ตะวอ ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบแล้ว การสู้รบดังกล่าว ไม่ได้มีผู้อพยพหนีเข้าสู่ไทยแต่อย่างใด คาดว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดในพื้นที่กันเอง
นอกจากนั้นภาพข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปก็ไม่ใช่การสู้รบในพื้นที่ อ.ผาอัน รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา แต่อย่างใด โดยจากการตรวจสอบแล้ว เป็นภาพเก่า จากเหตุไฟไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และ ภาพการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับ กองกำลังไทยใหญ่ที่บ้านห้วยไฮ รัฐฉาน ซึ่งเป็นภาพเก่าทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้น ทางอำเภอท่าสองยาง ได้สั่งการให้หน่วยที่มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ทำการเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดแล้ว โดยพบว่า ในเขตของสหภาพเมียนมา รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านท่าสองยาง ของไทย ยังมีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ห่างจากชายแดนราว 4-5 กิโลเมตร โดยราษฎรไทยในพื้นที่ยังคงได้ยินเสียง ปืนค. ชนิดต่างๆ เป็นระยะๆ จนถึงเช้าวันนี้
จากการสู้รบของทหารเมียนมากับมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู)ได้ออกหนังสือแถลงการณ์ ต่อเรื่องความเคลื่อนไหวด้านการทหารของกองทัพรัฐบาล และหน่วยพิทักษ์ชายแดนในพื้นที่แม่ตะวอ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรอยต่อจังหวัดผาอัน และจังหวัดผาปูน ชายแดนไทย - เมียนมา ตรงข้าม บ้านแม่ตะวอ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยในหนังสือแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า
1.กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เป็นกลุ่มที่ลงนามสัญญาข้อตกลงยุติการสู้รบทั่วประเทศกับรัฐบาลประเทศสหภาพเมียนมาแล้ว ขณะนี้ได้ร่วมกับรัฐบาลแห่งสหภาพ รวมทั้งกองทัพ โดยเน้นให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพภายในสหภาพ และรัฐอย่างเต็มที่
2.ในห้วงที่กำลังมีการดำเนินการเช่นนั้น ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและเปิดการสู้รบในพื้นที่ของกองทัพรัฐบาล และหน่วยพิทักษ์ชายแดนในพื้นที่แม่ตะวอซึ่งเป็นเขตต่อระหว่างจังหวัดผาอัน กับจังหวัดผาปูน อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดความเข้าใจผิด และลดความเชื่อมั่นในกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพของรัฐบาล และกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง รู้สึกมีความกังวลหวั่นว่า จะทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน จะก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน และกระบวนการสันติภาพ
3.เพราะความเคลื่อนไหวด้านการทหารของกองทัพเมียนมา และหน่วยกำลังจากหน่วยพิทักษ์ชายแดนดังกล่าวขณะนี้ เป็นส่วนผลักดันทำให้ประชาชนในพื้นที่แม่ตอดรัฐกะเหรี่ยง ได้รับความกังวลร้อนใจ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทำให้เกิดความสูญเสียต่อความสงบสุขของพื้นที่
4.เมื่อเป็นดังนั้นกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง จึงขอคัดค้านความเคลื่อนไหวด้านการทหารของกองทัพรัฐบาล และทหารจากหน่วยพิทักษ์ชายแดนในพื้นที่แม่ตะวอ ซึ่งเป็นเขตต่อระหว่างจังหวัดผาอัน และจังหวัดผาปูน และขอเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งที่ต้องต่อสู้กันด้วยอาวุธที่กำลังเกิดขึ้น





