วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ปส.รวบเอเย่นค้ายา พร้อมของกลาง'คีตามีน'

ปส.รวบเอเย่นค้ายา พร้อมของกลาง'คีตามีน'

ปส.รวบ 2 เอเย่นค้ายา พร้อมของกลาง “คีตามีน” น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ปปส. พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส. พ.ต.อ.นพดล นิลมานนท์ รอง ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.นพดล กาญจนารมย์ ผกก.1 บก.สกส.บช.ปส. นายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ผอ.สปป.ป.ป.ส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ร่วมทำการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 คนคือ น.ส.กวินชิดา หรือมันแก้ว อิศรภักดี อายุ 25 ปี และนายเอก เพาะบุญ อายุ 25 ปี พร้อมด้วยของกลาง คีตามีนชนิดน้ำบรรจุในแก้วทรงกลมจำนวน 1 ขวด น้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม คีตามีนชนิดผงจำนวน 2 ซองเล็กน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 0.90 กรัมยาไอซ์จำนวน 4 ซองรวมน้ำหนักประมาณ 14.40 กรัมยาบ้าจำนวน 8 เม็ดกัญชาจำนวน 2 ซองเล็ก รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่น แอคคอร์ด สีเทา หมายเลขทะเบียน 1กก 8539 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง จับได้ที่ KFC ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

พล.ต.ต.ทนัย กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.59 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้จับกุมนายพงศกร หรือโจ (บ้านไร่) ปันแจ่ม อายุ 39 ปี น.ส.กรณิการ์ สุวรรณ์ อายุ 25 ปี และนายวิวัฒน์กิจ ศรีสุวรรณ์ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางไอซ์รวมน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม ยาบ้ารวมยาบ้าจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 225,000 เม็ด จากนั้นได้ทำการสืบสวนเพื่อขยายผลจับกุมกลุ่มขบวนการผู้ค้ายาเสพติดของ โจ บ้านไร่ อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสืบทราบว่าน.ส.กวินชิดา และนายเอก ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน กทม. เป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกับ โจ บ้านไร่ คอยรับคำสั่งส่งยาเสพติดในเขตพื้นที่ กทม. และใกล้เคียง จึงได้วางแผนจับกุม โดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อเคตามินจำนวน 1 ขวดประมาณ 1 ลิตรในราคาขวดละ 80,000 บาทและนัดส่งมอบเคตามีนที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

พล.ต.ต.ทนัย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้วางกำลังในพื้นที่โดยรอบ และเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อถึงเวลานัดหมาย สายลับพร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บริเวณศูนย์อาหารห้างสรรพสินค้า โดยสายลับโทรศัพท์ติดต่อว่า มาถึงจุดหมายแล้วนั่งรออยู่ที่บริเวณภายในศูนย์อาหาร จากนั้น น.ส.กวินชิดา ได้เดินเข้ามาพบกับสายลับและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ พร้อมกับได้พูดคุยกันและตรวจนับเงินที่ใช้ในการล่อซื้อ จนเป็นที่พอใจ โดย น.ส.กวินชิดา ได้แยกตัวออกไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เฝ้าสังเกตการณ์ จึงได้ติดตามสะกดรอยไป น.ส.กวินชิดาฯ ได้เดินเข้าไปภายในร้าน KFC พบกับนายเอกฯ โดยนายเอก ได้ยื่นถุงกระดาษ สีน้ำตาลส่งให้กับน.ส.กวินชิดาฯ

จากนั้น น.ส.กวินชิดา ได้เดินกลับมาพบสายลับ และได้ส่งมอบถุงกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งภายในบรรจุเคตามีน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ของกลาง จึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุม น.ส.กวินชิดา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการจับกุมนายเอก ภายในร้าน KFC จากนั้นได้นำตัว น.ส.กวินชิดา ไปทำการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 118 เลขที่ 10/118 THE UNIQUE 10 ชั้น 8 ซอยลาดพร้าว 10 แขวงจอมพล เขตลาดพร้าว กทม. ตรวจค้นพบของกลาง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวนน.ส.กวินชิดา ไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆ รับเพียงว่า ตนมีสามีที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ตนมีหน้าที่คอยติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับนายพงศกร และนำเงินส่งไปให้สามีในเรือนจำเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป