หนุ่มสุรินทร์ลงน้ำงมหอยแครง เป็นลมแดดหน้าจมเลนดับ

หนุ่มสุรินทร์ลงน้ำงมหอยแครง เป็นลมแดดหน้าจมเลนดับ

หนุ่มสุรินทร์ลงน้ำงมหอยแครง เป็นลมแดดหน้าจมเลนดับ

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 3 กันยายน ร.ต.อ.นิพนธ์ คงพูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตขณะลงไปงมหอยแครงที่ชายทะเลปากอ่าวด้านท้ายซอยโรงงานกะปิ หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงเดินางไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ

ที่เกิดแหตุบริเวณปลายสะพานที่ยื่นออกไปในทะเลประมาณ 200 เมตรได้พบชาวบ้านได้ช่วยกันลากศพนายสุกัลป์ สุริโย อายุ 33 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ขึ้นมาวางไว้บนหัวสะพานก่อนแล้วในสภาพลำตัวแข็งทื่อ น้ำลายฟูมปาก ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

จากการสอบถามนายสอ สีราชัย อายุ 31 ปี ผู้มาพบศพ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงสายของวันนี้ตนได้เดินทางจากบ้านพักในย่านอำเภอพระประแดง มาที่ชายทะเลปากอ่าวซึ่งอยู่ท้ายซอยโรงงานกะปิ เพื่อมางมหอยแครงและหอยชนิดอื่นๆ เพื่อเอาไปกินข้าวมื้อเย็น โดยจอดรถเอาไว้ที่บนฝั่งและเดินไปบนสะพานที่ทอดยาวออกไปในทะเลประมาณ 200 เมตร และต้องเดินลุยดินเลนลงไปงมหาหอยที่ดินเลนในช่วงที่น้ำลงห่างจากปลายสะพานประมาณ 500 เมตร ในช่วงที่ตนลงไปตอนแรกก็ยังเห็นผู้ตายกำลังงมหอยอยู่คนเดียว ก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ได้รู้จักกัน ตนจึงได้แยกไปงมหาหอยอีกทางหนึ่ง 

หลังจากที่งมหอยอยู่นานประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ได้หอยหลายชนิดมาพอสมควรประกอบในช่วงนั้นแสงแดดแรงและอากาศร้อนมาก จึงเลิกงมและกำลังจะเดินกลับเข้าฝั่ง ในระหว่างทีเดินกลับเข้าฝั่งได้เห็นผู้ตายฟุบหน้าอยู่กินดินเลน ตนยืนดูอยู่นานไม่เห็นผู้ตายกระดุกกระดิก หรือเงยหน้าขึ้นมา จึงได้เดินเข้าไปหาผู้ตายและพยายามตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีการตอบสนอง จึงได้ไปจับตัวพบว่าผู้ตายร่างกายแข็งทื่อเสียชีวิตแล้ว จึงได้ตะโกนเรียกชาวบ้านที่กำลังงมหอยกันอยู่มาช่วยกันลากศพผู้ตายมาขึ้นที่ปลายสะพานก่อนโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าในระหว่างที่ผู้ตายกำลังก้มๆ เงยๆ เพื่องมหาหอยอยู่นั้นซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงจัดอากาศร้อนผู้ตายอาจเป็นลมแดดหน้าคว่ำจมลงไปในดินเลนจึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป