โวย! ผู้เสียหายเข้าร้อง "ผบช.น." เหตุถูกเพื่อนยักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่1 มูลค่า30ล้านบ. หลังแจ้งความที่สน.ประเวศ หวั่นคดีไม่คืบ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ส.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพร้อมผู้เสียหาย นางเรวดี หาแก้ว, นางวิไลพร รัตนะติสร้อย และคนขายลอตเตอรี่ที่ขายรางวัลที่ 1 เข้าพบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและเร่งรัดคดี ในคดีที่ผู้เสียหายทั้ง 2 ถูกเพื่อนร่วมหุ้นยักยอกลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ในการทำคดีแต่เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงอยากให้ รรท.ผบช.น. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนของ บช.น.ในการทำคดี
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า ยินดีและยืนยันว่า อะไรที่เป็นข้อสงสัยกังวลใจตนพร้อมที่จะไปคลี่คลายให้เกิดความรวดเร็ว เชื่อว่าความถูกต้องต้องมาก่อนความถูกใจ เรื่องนี้จะต้องได้รับการคลี่คลายโดยเร็ว โดยในรายละเอียดจะลงไปตรวจสอบว่า มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ในวันนี้ได้รับรู้รับทราบแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ คดีดังกล่าวไม่ได้ซับซ้อน เพียงแต่ต้องปฏิบัติงานให้กระชับ รวดเร็ว ตรงไปตรงมา ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ส่วนจะตั้งคณะทำงานหรือไม่นั้น อาจจะเป็นคณะทำงานระดับกองบังคับการ หรือระดับกองบัญชาการดำเนินการอีกครั้ง ต้องดูรายละเอียดว่ามีเหตุผลอะไรหรือไม่ หากทางโรงพักทำได้ ตนจะลงไปควบคุมเอง ลงไปช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพราะเห็นใจเหยื่อถูกกลั่นแกล้งถูกรังแก
นางเรวดี กล่าวว่า ตนได้ร่วมหุ้นกับนางวิไลพร และ ทางนางสุดารัตน์ (สงวนนามสกุล) ซื้อลอตเตอรี่หมายเลข 066720 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 2559 จำนวน 5 ใบ ที่วัดลาดบัวขวัญ โดยทางนางสุดารัตน์ เป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ดังกล่าวไว้ และตนได้ขอเซ็นชื่อพร้อมลงวันที่ไว้หลังลอตเอตรี่ดังกล่าวไว้ทั้ง 2 ใบ แต่เมื่อทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงทวงถามถึงลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล แต่นางสุดารัตน์กลับอ้างว่าไม่ได้เก็บไว้ ตนจึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสุดารัตน์ ที่สน.ประเวศ ในข้อหายักยอกทรัพย์
ต่อมาได้สืบทราบว่านางสุดารัตน์ได้นำลอตเตอรี่ดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัล ซึ่งมีพยานหลักฐานเอกสารและพยานบุคคลยืนยันได้ว่าลอตเตอรี่ได้ร่วมหุ้นกันซื้อ และมอบไว้ให้นางสุดารัตน์เก็บไว้จริง แต่ด้วยในคดีนี้ทางพนักงานสอบสวนสน.ประเวศได้ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใดและไม่มีการออกหมายจับ ตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงร้องขอความเป็นธรรมมายังพล.ต.ท.ศานิตย์ เพื่อให้ตั้งคณะทำงานจากบช.น.เข้ามาควบคุมดูแลคดีนี้
ด้านนายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้ได้พาคนขายล็อตเตอรี่ที่วัดลาดบัวขาวแขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร สถานที่ที่ไปซื้อและหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ได้หลังจากส่งให้ทางกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กู้ข้อความตัวหนังสือในโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2559 เวลา 11.00 น. ในวันที่ได้ซื้อล็อตเตอรี่ดังกล่าว ที่ยืนยันว่าได้ฝากล็อตเตอรี่ดังกล่าวไว้ที่นางสุดารัตน์ ผู้ก่อเหตุ จำนวนเงิน 500 บาท ซึ่งสอดคล้องกับคนขาย
แต่ประเด็นของฝั่งตรงข้ามได้อ้างว่า ไม่ได้เป็นคนซื้อล็อตเตอรี่ดังกล่าว บอกว่าได้โควต้ามาจากจ.ปทุมธานี บ้าง จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ เป็นที่น่าสงสัยว่าล็อตเตอรี่ดังกล่าวมีคนขายเพียงคนเดียว แต่ทำไมกลับกลายเป็นว่ามีคนขายหลายคนทั้งที่เป็นหวยชุด จากการตรวจสอบข้อมูลจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลยังไม่ได้ข้อมูลทุกประเด็นที่สงสัย การเบิกเงินจากล็อตเตอรี่ดังกล่าวได้มีการโอนเงินให้กับผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 จริงหรือไม่ และที่สงสัยมากพบว่า ล็อตเตอรี่ที่มีการขึ้นรางวัลดังกล่าวได้มีการเซ็นต์รายชื่อไว้ 2 ใบ ระบุวันที่ 28 มี.ค. ทำไมมีร่องรอยการลบ มีการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานอย่างไร
เนื่องจากระยะเวลาผ่านมา 6 เดือนแล้ว การกระจายเงินการฟอกเงินถึงแม้จับกุมได้แต่โทษเพียงแค่ 3 ปี รับสารภาพเหลือปีกว่า แลกกับเงิน 30 ล้านคุ้มมาก อยากให้พล.ต.ท.ศานิตย์ ช่วยเหลือใช้เวลาไม่เกิน 4-5 วันก็ได้ข้อสรุปแล้ว และออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ต่อไป
ขณะที่คนขายล็อตเตอรี่ ไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ยืนยันว่าตนจำนางเรวดีได้เนื่องจากเป็นคนมาถามหาเลข 702 แต่ตนได้บอกไปว่ามีแต่เลข 720 พร้อมกับยื่นให้ ทางนางเรวดีเห็นและถูกใจเนื่องกับตรงกับรหัสไปรษณีย์


