ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ยันรื้อรีสอร์ทตามคำสั่งม.44 ให้เวลารื้อเองถึง 29 ส.ค.นี้ กลุ่มชาวม้งสิ้นหวังที่จะต่อสู้ จำต้องรื้อทิ้งทั้งน้ำตา
นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังการประชุมชี้แจงกับตัวแทนกลุ่มชาวม้งแล้ว ช่วงนี้จะให้รีสอร์ตทั้ง 19 รายรื้อเอง ตั้งแต่วันที่ 23-29 สิงหาคม เพราะเขาก็มีความตั้งใจรื้อเองอยู่แล้ว หากไม่เสร็จเจ้าหน้าที่ก็มีความจำเป็นต้องเข้าไปรื้อต่อเมื่อครบกำหนด 7 วัน
อย่างไรก็ตามหากได้รับความร่วมมือก็คงทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนจะมีการต่อต้านอีกหรือไม่นั้นในการขึ้นไปปฏิบัติงานทางเจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือ เพราะไม่อยากให้เกิดความรุนแรง และรีสอร์ต 19 รายรื้อเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว 3 รายและอีก 9 รายอยู่ระหว่างการเก็บของและรื้อถอน ส่วนอีก 5 รายอยู่ระหว่างเก็บของแต่ยังไม่ได้รื้อและมีบางส่วนในที่ทางเจ้าหน้าที่รื้อแล้วแต่ยังไม่เสร็จสิ้น เราก็มีความจำเป็นต้องไปดำเนินการกันต่อ
นายบัณฑิต กล่าวว่า ส่วนการใช้เครื่องจักรรื้อถอนยังมีความจำเป็น ซึ่งทางฝ่ายรื้อถอนกับฝ่ายโยธาธิการจังหวัดจะประเมินว่าจะใช้เครื่องจักรชนิดใดเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ หากไม่ใช้เครื่องจักรจะใช้เวลากี่วันความยุ่งยากความล่าช้าย่อมต้องเกิดขึ้นแน่นอน โดย ในช่วง 2 วันที่เจ้าหน้าที่ทำงานภายใต้ขอบเขตของกฎหมายและด้วยตามสุภาพ มีการช่วยงัดช่วยรื้อขนของวางเรียงแยก บางส่วนเท่านั้นที่ใช้เครื่องจักรเพราะโครงสร้างเป็นเหล็กตัวซี และเศษวัสดุก็จัดเก็บให้ดูเรียบร้อยไม่อยากให้มีภาพเศษกองวัสดุใหญ่จากการรื้อถอนถูกกองไว้”นายบัณฑิตย์กล่าว
ด้านนายชาญวิทย์ เฟื่องฟูกิจการ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสมาคมพ่อค้าม้งไทย และที่ปรึกษากลุ่มผู้ประกอบการชาวม้งภูทับเบิก กล่าวว่า หลังการประชุมแล้วชาวบ้านเกิดความสิ้นหวังเวลานี้กำลังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้วยน้ำตา ไม่รู้จะทำอย่างไรต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง คงจะต้องปล่อยให้เลยตามเลยและเป็นหน้าที่ของรัฐคงจะทำอะไรไม่ได้ ชาวบ้านคงทำใจไม่ได้หากจะสู้ต่อไป ยิ่งสู้ก็ยิ่งรุนแรง
“เมื่อวานนี้ การชุมนุมแค่นั้นก็ยังทำให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งถึงรัฐมนตรีให้จัดการดูแลแล้ว ชาวบ้านมองว่าแค่ผู้ว่าฯคนเดียวก็จะตายแล้ว หากระดับรัฐมนตรีลงมาอีกก็คงไม่เหลืออะไร วันนี้ทุกคนจึงทำอะไรไม่ได้มีแต่ต้องทำใจยอมรับชะตากรรม” นายชาญวิทย์กล่าว
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องมาตรการเยียวยาแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หากรัฐบาลมีความจริงใจและทำเรื่องนี้จริงจังมีการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดรวมทั้งการจะดำรงชีพต่อไปของเขา อยากให้มาส่งเสริมการดำรงชีพเพราะบางคนต้องหมดเนื้อหมดตัว ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อก่อสร้างใช้ระยะเวลาเป็น 10 ปี เรื่องพวกนี้ที่พวกเขาเป็นห่วงและกังวลอยู่ ก็อยากให้สำรวจเป็นรายๆไป ถ้าจะมีการเยียวยา ก็ขอให้ทำอย่างจริงจัง อย่าทำแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่ใช่พูดจาสวยหรูแต่ทำไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสมาคมพ่อค้าม้งไทย กล่าวว่า ถึงเวลานี้ก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการทุบรื้อทิ้งสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ จริงๆแล้วควรออกมาในแบบแนวสร้างสรรค์ เพราะการบริหารของรัฐซึ่งมีผู้รู้ผู้เชียวชาญที่จะบริหารจัดการให้ดีได้ เรื่องกฎหมายก็อยู่ที่มาตรา 44 ของนายกรัฐมนตรี จะชี้นกเป็นนกก็ได้หรือชี้ไม้เป็นไม้ก็ได้ อยู่ที่จะลดราวาศอกแล้วกลับมามองในทางที่สร้างสรรค์ได้หรือไม่ จริงๆแล้วชาวม้งพร้อมปฏิบัติตามทุกเงื่อนไข ถึงแม้กระทั่งวันนี้บอกให้ทุบให้รื้อก็ต้องก้มหน้ารื้อไป จึงฝากให้ช่วยมาตรการดังกล่าวด้วย


