ปภ. ประกาศเตือน 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำโขงเอ่อล้นตลิ่ง จากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว และจากภาวะฝนตกหนักจากพายุเตี้ยนหมู่ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้ประสาน 8 จังหวัดในพื้นที่เหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแจ้งเตือนอำเภอที่อยู่ติดแม่น้ำโขงให้เตรียมการเฝ้าระวังและรับมือภาวะน้ำในแม่น้ำโขงที่เอ่อล้นตลิ่ง ได้แก่ เชียงราย (อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น), เลย (อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม), หนองคาย (อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอโพนพิสัย), บึงกาฬ (อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอบุ่งคล้า), นครพนม (อำเภอเมืองนครพนม อำเภอธาตุพนม อำเภอท่าอุเทน), มุกดาหาร (อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอดอนตาล), อำนาจเจริญ (อำเภอชานุมาน) และอุบลราชธานี (อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอเขมราฐ อำเภอโขงเจียม)
ทั้งนี้ ได้จัดวางแนวกระสอบทรายเป็นแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่ง จัดเจ้าหน้าที่ติดตามและตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติการช่วยเหลือและอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยขนย้ายวัสดุสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพสัตว์เลี้ยงและยานพาหนะไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย กรณีระดับน้ำเพิ่มสูงจนถึงจุดวิกฤติให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านกลไกของศูนย์ดำรงธรรมทางหมายเลขโทรศัพท์ 1667 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
สำหรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอแม่สา จังหวัดน่าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 320 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้





