สถานการณ์น้ำจังหวัดน่านคงที่ ภาครัฐเร่งตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำฝนสะสมตลอด 24 ชั่วโมง
นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดว่า ในวันนี้สภาพอากาศปรกติ ท้องฟ้าเปิด ประกอบกับมวลน้ำยังไม่เพิ่มไปจากเดิม ขณะที่ผลกระทบที่ได้รับจากมวลน้ำมหาศาลนั้น พบว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. บริเวณสะพานบ้านน้ำตวง ฝั่งทางบ้านสว่าง ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน ได้รับความเสียหาย แรงน้ำกัดเสาะฐานรากของสะพาน ทำให้ตัวสะพานแยกออกจากกันประมาณ 1 เมตร แต่จากการสำรวจสะพาน ยังสามารถใช้การได้อยู่ ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมา (20 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลหนองแดง อ.แม่จริม จ.น่านได้เข้าไปซ่อมแซมให้ชาวบ้านสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ยังไม่ถึงกับสมบูรณ์ เนื่องจากต้องรอให้สถานการณ์น้ำสงบลงเสียก่อน
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าของวานนี้เวลาประมาณ 08.50 น. รับแจ้งจากสำนักงานฝ่ายปกครอง พบว่า สะพานสบบั่ว บริเวณ กม.11+560 ในทางหลวงหมายเลข 1170 ตอน ท่าวังผา- ดอนมูล น้ำกัดเซาะคอสะพานเป็นร่องลึก ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และล่าสุดให้ประชาชนสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ห้ามนำรถยนต์ผ่าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการทรุดตัว
สำหรับสถานการณ์แม่น้ำน่านล่าสุด จากการตรวจวัดระดับน้ำที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน ต.ส้าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พบว่าสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับวิกฤติอย่างต่อเนื่อง เพราะน้ำน่านจะต้องไหลผ่านเส้นทางตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยจากการวัดระดับแม่น้ำน่านบริเวณ สถานีวัดน้ำ N64 บ้านผาขวาง อ.เมือง จ.น่าน ระดับความสูง 7.12 เมตร และความเร็ว 745.6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าเป็นระดับที่น่ากลัว แต่เชื่อมั่นว่า หน่วยงานของภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง
โดยทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐให้มีการเตรียมตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการหน่วยพลังทหาร หน่วยสภากาชาดไทย ประกอบกับปัจจุบันจากการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมพบว่า มีเพียงพืชไร่และพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นที่เสียหาย ขณะที่รายงานน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชนยังไม่พบถึงปัญหา
ขณะที่ประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุฯ ระบุว่า พายุดีเปรสชั่น“เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์และตาก และขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย


