ชาวสงขลาสุดอาลัย เผาศพ "ลุงข้วย" เพื่อนรัก "พล.อ.เปรม" เชิดชูเกียรติในวีรกรรมอันกล้าหาญ เมื่อครั้งเข้าร่วมรบสมัยสงครามโลกครั้งที่2
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพ สิบตรี ข้วย พุทธปาน อายุ 97 ปี หรือลุงข้วย เพื่อนรักและเพื่อนสนิทของ ฯพณฯพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบาล ที่จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วยอาการปอดติดเชื้อ และถือเป็นการปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของคำว่า”เพื่อนไม่มีชนชั้น” ระหว่างคนหนึ่งที่เป็นนายกรัฐมนตรีกับอีกคนที่เป็นเพียงแค่ชายปั่นสามล้อมรับจ้างที่หาเช้ากินค่ำธรรมดา
ซึ่งบรรยากาศในพิธีเป็นไปอย่างเรียบง่ายมีบุคคลสำคัญในจังหวัดเช่น นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ ประธาน ป.ป.ช. สงขลา หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนทั่วไปที่รักลุงข้วย มาร่วมพิธีและแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก
นอกจากจะมีการทำพิธีทางศาสนาแล้วทางสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสงขลายังได้จัดพิธีทางทหารเพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีในวีรกรรมอันกล้าหาญของ สิบตรี ข้วยหรือ ลุงข้วย ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่2 โดยการยืนสงบนิ่งและเป่าแตรนอน เพื่อเป็นการไว้อาลัยดวงวิญญาณของ สิบตรี ข้วย เป็นเวลา1 นาที พร้อมกับมอบเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัว
ด้านนางสาวกรชลี พุทธปาน อายุ 55 ปี ลูกสาวคนเดียวของ ลุงข้วย ได้กล่าวถึงพล.อ.เปรม แทนพ่อสั้นๆว่า ขอขอบคุณพล.อ.เปรม ที่ดูแลครอบครัวมาตั้งแต่พ่อยังมีชีวิตอยู่จนถึงวาระสุดท้ายซึ่งครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณเป็นอย่างมาก
สำหรับสิบตรีข้วย หรือลุงข้วย นอกจากจะเป็นผู้สร้างตำนาน ”เพื่อนไม่มีชนชั้น” ระหว่างเพื่อนที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรีกับอีกคนที่เป็นเพียงชายที่มีอาชีพปั่นสามล้อรับจ้าง จากเหตุการณ์ที่พล.อ.เปรม ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และลงมาปฏิบัติภาระกิจที่วัดดอนรัก อ.เมือง จ.สงขลา ลุงข้วยก็ไปยืนรอรับเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่เมื่อ พล.อ.เปรม เดินผ่านมาและเห็นก็ตรงเข้ามาหาและพูดทักทายเป็นภาษาใต้ ลุงข้วยจึงยกมือไหว้ แต่ พล.อ.เปรม พูดกลับว่า "ข้วยไหว้เราทำไมเราเป็นเพื่อนกันนะ”ลุงข้วยจึงตอบกลับไปว่า "ผมไหว้นายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเป็นนายเปรมผมไม่ไหว้" และทั้งสองจึงสวมกอดกันด้วยรอยยิ้มท่ามกลางความปลาบปลื้มของคนทั้งวัด
ลุงข้วยยังเคยเป็นทหารกล้าซึ่งจากประวัติทางทหาร สิบตรีข้วย เป็นทหารผ่านศึกสงครามมหาเอเชียบูรพาหรือสงครามโลกครั้งที่2 เข้ารับราชการทหารเป็นทหารกองประจำการเหล่าทัพทหารบก หมายเลขประจำตัวทหาร 186601216 เริ่มรับราชการเมื่อวันที่1 เมษายน 2484 สังกัดกองพันทหารราบที่ 41 สวนตูล ค่ายพระปกเกล้าในปัจจุบัน และเคยร่วมรบเพื่อต่อต้านกองกำลังทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกที่จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2884
โดยได้ตั้งจุดสกัดกองกำลังทหารญี่ปุ่นบริเวณหาดเก้าเส้ง สามแยกสำโรง เมืองสงขลา ทำให้กองกำลังทหารญี่ปุ่นได้รับความเสียหายจำนวนมาก และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทนกล้าหาญ และเสียสละทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายบรรลุตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทุกประการ ก่อนที่จะปลดประจำการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2488 รวมระยะเวลาที่รับราชการจำนวน 4 ปี และยังได้รับพระราชทานบัตรเหรียญชัยสมรภูมิ(เอเชียบูรพา)และบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่2ด้วย




