โสภิตา ธนสาร จอมพลังสาวเจ้าของเหรียญทอง
จาก ริโอ เกมส์ 2016 ตั้งเป้าป้องกันแชมป์ให้ได้อีกครั้งในการแข่งขัน โอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย พร้อมด้วยทัพนักกีฬายกน้ำหนักคนอื่นๆ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สนามบินสุวรรณภูมิ วานนี้ (17 ส.ค.) ขณะที่ยอดอัดฉีดเงินรางวัลทั้งจากภาครัฐและเอกชน มีสิทธิ์ทะลุถึงหลักร้อยล้านบาท
ทีมยกน้ำหนักไทย นำโดย พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย, นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย โสภิตา ธนสาร เจ้าของเหรียญทอง รุ่น 48 กก.หญิง, สุกัญญา ศรีสุราช เจ้าของเหรียญทอง รุ่น 58 กก.หญิง, พิมศิริ ศิริแก้ว เจ้าของเหรียญเงิน รุ่น 58 กก.หญิง และ สินธุ์เพชร์ กรวยทอง เจ้าของเหรียญทองแดง รุ่น 56 กก.ชาย พร้อมคณะนักกีฬาคนอื่นๆและผู้ฝึกสอน เดินทางกลับจากบราซิล ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน EK384 วานนี้ (17 ส.ค.) พร้อมกับทีมนักกีฬาเรือใบ, วินด์เซิร์ฟ และยิงปืน โดยมีครอบครัวของนักกีฬาที่เดินทางมาจาก 4 จังหวัด คือ ชุมพร, ชลบุรี, ขอนแก่น และ สุรินทร์ มารอต้อนรับอย่างอบอุ่นและคับคั่ง
ด้านครอบครัวของ “น้องฝ้าย” สุกัญญา จากจ.ชลบุรี ได้นำอาหารอีสาน ทั้งข้าวเหนียว-ส้มตำ-ไก่ทอด ซึ่งเป็นอาหารโปรดของลูกสาวมารอต้อนรับ ขณะที่ครอบครัวของ “น้องแนน” โสภิตา ก็นำ ทุเรียน ผลไม้โปรดของน้องแนนมาจากอ.สวี จ.ชุมพร เช่นกัน
ภายหลังรับมอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีจากบรรดาผู้สนับสนุน โสภิตา ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกยินดีที่สามารถนำเหรียญทองกลับมาฝากชาวไทยได้ ส่วนเรื่องอนาคต จะยังฝึกซ้อมและรับใช้ชาติต่อไปแน่นอน โดยมีเป้าหมายคือการคว้าเหรียญรางวัลมาครองให้ได้อีกครั้ง ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งหน้าที่กรุงโตเกียว โดยที่ผ่านมา ยังไม่มีนักกีฬาไทยคนใดสามารถคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกได้สองสมัยซ้อน ขณะที่ สุกัญญา ซึ่งคว้าเหรียญทองจากรุ่น 58 กก. หญิง ก็กล่าวขอบคุณ พิมศิริ นักกีฬารุ่นพี่ที่ลงแข่งในรุ่นเดียวกัน และได้เหรียญเงินไปครอง ว่าเป็นไอดอลของตน และคอยผลักดันอยู่ข้างๆตลอด
สำหรับเงินอัดฉีดล่าสุดนั้น พล.ต.อินทรัตน์ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ จะได้รับยอดเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จากผลงาน 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง เป็นเงิน 36 ล้านบาท โดยจำนวนนี้ สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ จะได้ 30 เปอร์เซ็นต์ 10.8 ล้านบาท ส่วนผู้ฝึกสอนได้ 20 เปอร์เซ็นต์ 7.2 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการโอลิมปิกฯ จ่ายเป็นรายเดือน รวมทั้งสิ้น 10.08 ล้านบาท ขณะที่ภาคเอกชน ประกอบด้วย อิชิตัน 21.5 ล้านบาท, เอไอเอส 2.8 ล้านบาท, นสพ.ข่าวสด 2.8 ล้านบาท และ โอสถสภา 2.8 ล้านบาท รวมทั้งหมด 93,980,000 บาท นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีหน่วยงานและภาคเอกชนร่วมอัดฉีดเพิ่มไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร ธอส., โตโยต้า, ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ กรุ๊ป, สิงห์ คอเปอร์เรชั่น จนตัวเลขสุดท้าย น่าจะเกินหลัก 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ โสภิตา กับ สุกัญญา ที่ได้เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลรวมตกคนละ 27.88 ล้านบาท ส่วน พิมศิริ เหรียญเงิน จะได้รับ 12.1 ล้านบาท และ สินธุ์เพชร์ ที่ได้เหรียญทองแดง จะได้รับ 8.12 ล้านบาท





