ชายชราวัย75 อาศัยอยู่โดดเดี่ยวบนเขา เกิดป่วยลูกหลานพามารักษา อาการหนักหัวใจหยุดเต้น ญาติเตรียมงานศพที่บ้าน จู่ๆเกิดไอแล้วฟื้น
เกิดเหตุประหลาดใจของชาวบ้าน ใน ต.โพนงาม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อเกิดกระแสเล่าลือว่า นายดวง คล่องแคล่ว อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 3 ต.โพนงาม อ.คำชะอี เกิดตายแล้วฟื้น
โดยเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม 2559 ลูกๆทราบข่าวว่านายดวง ล้มป่วย จึงได้พามาส่งรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร แต่อาการไม่ดีขึ้น สภาพไม่รับทราบอะไรอีกแล้ว ลูกๆจึงขอทางโรงพยาบาลนำกลับไปบ้าน แต่ระหว่างเดินทางจากโรงพยาบาล ชีพจรหยุดเต้นไม่หายใจ ลูกๆจึงประสานผู้ใหญ่บ้านว่า นายดวงเสียชีวิตแล้ว ขอให้ประสานไป อบต. ตำบลโพนงาม ขอรถกู้ชีพมารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน โดยมีชาวบ้านส่วนหนึ่งมาช่วยกันทำความสะอาดและกางเต้นท์่เพื่อรอรับผู้มาร่วมงานศพ
กระทั่งเวลา 02.30น.วันที่ 12 สิงหาคม 2559 ทุกคนได้ยินเสียงไอดังมาจากร่างของนายดวง ก่อนบรรจุร่างลงโลงศพ ลูกๆไปดูพบว่า นายดวงี่กลับมามีชีพจร และหายใจได้ สร้างความตื่นเต้นและยินดีแก่ผู้ที่มาร่วมงานศพทุกคน เมื่อพบว่านายดวงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ทั้งนี้นายดวง เป็นบุคคลที่ชาวบ้านขนานนามว่า มนุษย์รู เพราะอาศัยอยู่ในโพรงหินขนาดใหญ่บนยอดเขาภูธง ด้วยการนำแผ่นหินมาก่อทำช่องระบายอากาศพอได้หายใจ เวลาเข้าที่นอนต้องคลานเข้าไปเพราะผนังด้านบนสูงแค่ไม่ถึง 1 เมตร ลึกจากปากรูเข้าไปประมาณ 20 เมตรก็จะเป็นที่นอนของนายดวง ส่วนแสงสว่างภายในรูจะใช้ความคุ้นเคยเป็นหลัก หรือจำเป็นจริง ๆ ก็จะใช้ยางรถจักรยานจุดเป็นไฟส่องทาง
ส่วนสาเหตุที่มาเป็นมนุษย์รูอยู่บนยอดเขาภูธง ที่อยู่สูงเหนือกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 270 เมตร มาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว หลังจากที่ใช้ชีวิตในชุมชนแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ที่บ้าน ที่นาถูกยึด ผู้คนมีแต่สวมหน้ากากเข้าหาไม่มีใครจริงใจ เมียรักมาจากไปก่อนเวลาอันควร ประกอบกับลูกหลานก็โตๆ กันหมดแล้ว ทำให้หมดห่วงภาระทางครอบครัว ตัดสินใจปลีกวิเวก หนีออกจากสังคมอันแสนวุ่นวาย เดินเท้ามุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาภูธงอันสูงตระหง่าน จนสามารถมองลงมาเห็นบรรยากาศด้านล่างได้ถึง 2 ประเทศ ด้วยหวังที่จะหาความสุขในบั้นปลายชีวิต โดยไม่ต้องทำอะไร เพียงตั้งใจที่จะหาเก็บของป่า ผลไม้ป่า หรืออะไรเท่าที่มีในป่าประทังชีวิต เหมือนฤๅษี หรือนักพรต นักบวชทั่วไปตัดใจจากความเป็นมนุษย์ที่ยังต้องการไม่รู้จักจบสิ้น
จากนั้นเริ่มหาพันธุ์ไม้ผล ไม้ล้มลุก พืชผักต่างๆ ที่กินได้ รวมถึงปลูกตันกล้วยกินเป็นอาหารหลัก ปลูกลงไปในบริเวณนั้น ซึ่งรวมพื้นที่กว่า 60 ไร่ แบบที่เรียกว่าปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก โดยไม่ทำลายของป่าที่มีอยู่เดิมอยู่แล้ว ให้เสื่อมสลายไปแต่ทุกปีพืช ผัก ที่ปลูกถูกไฟป่า บนยอดภูธงแห่งนี้ ประสบภัยแล้งจะเกิดไฟป่าขึ้นทุกปี สร้างความเดือดร้อนให้คุณตาดวงไม่มีอาหารกิน
นอกจากนั้น เมื่อถึงหน้านา ชาวบ้านก็จะต้อนฝูงวัวควายขึ้นไปหากินบนยอดภู เป็นเวลาหลายเดือน วัวควายก็จะกัดกินพืชผักที่ปลูกไว้เสียหาย จึงตัดสินใจทำแนวรั้วกันพื้นที่ไว้ เริ่มต้นใช้ไม้ยืนต้นตาย ที่มีอยู่บนพื้นที่ มาทำรั้ว แต่ก็ไม่สามารถกันวัว ควายและไฟป่าได้ ครั้นจะซื้อลวดหนาม หรือเสาปูน มาทำก็หมดปัญญา เพราะก่อนขึ้นไปอยู่บนยอดภูธงได้สละทรัพย์สินเงินทองไปหมดแล้ว ตั้งใจหนีสังคมเมืองขึ้นไปอยู่อาศัยอยู่ในรูบนยอดเขาภูธงเพียงลำพังตัวคนเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ กระทั่งได้เกิดล้มป่วยลง ลูกหลานจึงไปพาตัวกลับลงมารักษา แต่อาการหนักมาก หยุดหายใจ กระทั่งจู่ๆก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา





