คนส่วนใหญ่มักมีภาพจำว่ากีฬาปีนผาเป็นกีฬาของผู้ชายกล้ามใหญ่บึกบึน แต่ที่จริงแล้วมีผู้หญิงเล่นกีฬาปีนผาเป็นอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว
ปานแก้ว พลายพูลทรัพย์ หรือ ผักกาด นักกีฬาปีนผาทีมชาติไทย วัย 20 ปีคนนี้ ลองปีนผาตั้งแต่อายุประมาณ 9 ขวบ ซึ่งเธอกับน้องชายไปปีนผาจำลองที่มาติดตั้งให้ปีนฟรีในห้างสรรพสินค้า
"ตอนแรกผักกาดไปเล่นที่ห้างกับน้องชาย ก็เล่นมาเรื่อยๆ จนเจอโค้ช เขาเห็นแววว่าน่าจะแข่งได้ ระหว่างที่ซ้อมก็มีลงแข่งในนามชมรมที่สังกัดอยู่เหมือนกัน เป็นรายการแข่งเล็กๆ ยังไม่ใหญ่มาก ส่วนรายการใหญ่รายการแรกที่ได้ไปแข่งในต่างประเทศก็คือการแข่งที่ประเทศสิงคโปร์ ตอนนั้นได้อันดับ 2"
ยิ่งได้แข่งขัน ยิ่งเปิดโลก ยิ่งได้เห็นนักกีฬา ยิ่งทำให้มีไฟ การได้ไปเห็นนักกีฬาปีนผาคนอื่นๆ ในการแข่งขันต่างๆ กระตุ้นให้อยากเล่นกีฬาปีนผาให้เก่งมากขึ้น และการติดทีมชาติก็เป็นเป้าหมายของเธอ ปานแก้วไปแข่งในนามทีมชาติไทยครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ปี ในการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนเอเชีย ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
ฝึกไปเรื่อย เหนื่อยต้องอดทน
ตารางการฝึกของนักกีฬาปีนผาทีมชาติตัวน้อย คือการฝึกฝนปีนผาซ้ำไปซ้ำมา สร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย ฝึกให้กล้ามเนื้อทนต่อการค้างอยู่บนหน้าผาได้นานและฟื้นตัวเร็ว เมื่อโตขึ้นก็เริ่มฝึกกล้ามเนื้อส่วนอื่นเพิ่มเติม
"ตอนแรกจะฝึกปีนเน้นเอาแรง ความทน คือต้องปีนผาขึ้นๆ ลงๆ หลายรอบติดๆ กัน พอโตมาอีกหน่อยก็เริ่มมีการเวทเทรนนิ่ง เริ่มมีการวิ่งเข้ามาเป็นการเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ด้วย กล้ามเนื้อหน้าท้องก็ต้องเล่นมากขึ้นจากที่ตอนเด็กๆ ไม่เคยฝึก"
นอกจากกีฬาปีนผาแล้ว สำหรับปานแก้วการเรียนหนังสือคือสิ่งที่เธอให้ความสำคัญไม่แพ้กัน แต่จะทำอย่างไรในเมื่อเวลาที่มีให้สิ่งสำคัญทั้ง 2 สิ่งซ้อนทับกัน
"สิ่งที่ทำให้เราอยากเลิกปีนผา ก็คือการเรียน มีอยู่ช่วงนึงที่ซ้อมหนักมาก ไม่ได้หยุดเลย เรียนเสร็จก็เข้าซ้อม จนถึงประมาณ 4 ทุ่ม ช่วงที่หนักมากคือช่วงแข่งซีเกมส์ เก็บตัวอยู่ 5 - 6 เดือน เรียนแค่ช่วงเช้าแล้วก็ซ้อมอย่างเดียว แล้วต้องหยุดเรียนไปเลย 2 เดือนเพราะไปเก็บตัวที่ยุโรป จนเรียนไม่ทันเพื่อน หลังๆ เรารู้สึกว่าไม่ค่อยพร้อมที่จะให้ขนาดนั้น ก็เลยรู้สึกว่าจะเลิกไปเลยดีไหม"
เพราะปีนผามาครึ่งชีวิตแล้ว
แม้จะมีความคิดวนเวียนว่าอยากเลิกกีฬาปีนผาเสียที แต่สุดท้ายปานแก้วในวัย 20 ปีก็ยังไม่เลิกปีนผา เหตุผลของเธอก็มีเพียงสั้นๆ ว่า เลิกไม่ได้เพราะเล่นมาครึ่งชีวิตแล้ว
"เราชอบจริงๆ เลยเลิกไม่ได้ เราอยู่แบบนี้มาครึ่งชีวิตแล้วถ้าตัดออกไปคงหายไปเยอะมาก ที่สำคัญเราก็ชอบสังคมปีนหน้าผาด้วย พี่ที่รู้จักกันทุกคนน่ารัก เรื่องปีนก็พยายามช่วยกัน ใครปีนไม่ได้ทุกคนก็จะเข้ามาบอกว่าคุณควรไปอย่างนี้นะ ช่วยกันให้เพื่อนจบ พอคนนึงจบเราก็ดีใจกับเขา"
นอกจากสังคมปีนผา ปานแก้วยังเล่าให้ฟังต่อว่า การได้ไปเห็นโลกกว้าง มีประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนกว่า 80% คือได้จากการไปแข่งขันกีฬาที่เธอรัก จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ลองปีนผากับน้อง ก็ทำให้วันนี้มีทักษะด้านกีฬาเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนอื่น กล้าหาญ และพร้อมจะท้าทายต่ออุปสรรคต่างๆ
ระหว่างการพูดคุยกัน ปานแก้วเล่าเรื่องต่างๆ ของกีฬาปีนผาด้วยแววตาสดใส เธอพยายามส่งต่อความรู้ของการเล่นกีฬาชนิดนี้ให้ฟังอย่างมีความสุข เมื่อถามถึงน้องชาย ปานแก้วหัวเราะก่อนจะตอบว่าน้องชายของเธอที่ปีนผาด้วยกันในตอนแรก นั้น ตอนนี้หันมาเตะฟุตบอลแล้ว และบอกต่อด้วยแววตาและสีหน้าที่มุ่งมั่นเป็นการยืนยันสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต่อไปได้เป็นอย่างดี คำพูดที่ทำให้ได้รู้ว่าเธอรักกีฬานี้มากแค่ไหน
"กีฬานี้ทุกคนที่ได้ลองเล่นจะบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ถ้าไม่รักปีนผาไปเลย ก็จะเกลียดไปเลย เป็นกีฬาที่คุณต้องรักจริงๆ เท่านั้นถึงจะปีนต่อได้”
ภาพ: อนันต์ จันทรสูตร์


