สวมสนับเข่าและอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม แล้วพาตัวหลุดออกไป กับการขี่จักรยานวิบากที่เชียงใหม่ สวรรค์อีกแห่งที่แม้แต่มือโปรยังยกนิ้วให้
เส้นทางสายธรรมชาติในดอยสูงหลายแห่งของจังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักขี่จักรยานวิบากที่ต้องมาทดสอบกัน แต่ที่นี่ใช่ว่าจะมีแต่มือโปร เพราะบริษัทนำเที่ยวโดยจักรยานหลายแห่งได้ออกแบบเส้นทางให้กับนักปั่นที่มีพื้นฐานหลายระดับได้มาสัมผัสธรรมชาติผ่านทริปที่สมบุกสมบัน ตั้งแต่แบบเบาะๆ ไปจนถึงแบบฮาร์ดคอร์
อัครเดช จันเทมา ไกด์นำเที่ยวของ Trailhead บริษัทนำเที่ยวโดยจักรยานในเชียงใหม่ ซึ่งเน้นสายวิบากที่มีตั้งแต่ระดับง่ายไปถึงระดับโปร แม้ใครๆ ก็ขี่จักรยานได้ แต่จักรยานมีหลายประเภท แต่ละแบบก็มีเสน่ห์และต้องใช้ทักษะต่างกัน นักปั่นต่างสายอาจยืนยันว่าปั่นแนวนี้ดีกว่าแนวนั้น แต่สำหรับอัครเดชซึ่งขี่จักรยานมากว่า 10 ปีแล้ว เขาขี่ได้ทุกแนว ตั้งแต่สายฟรุ้งฟริ้งจนถึงสายโหด แต่ชอบขี่แนวผาดโผนกับเสือภูเขา (Mountain Bike) หรือแนวเอ็นดูโร (Enduro Mountain Bike) เป็นพิเศษ
ปั่นวิบากจากง่ายไปหายาก
เส้นทางทัวร์จักรยานถูกแบ่งตามความยากไว้ 4 รูปแบบ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น Beginner , Intermediate, Expert และ Professional ซึ่งอัครเดชก็ต้องขี่ไปได้กับทุกระดับ โดยระดับ Beginner แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่เคยผ่านกีฬาแนวผจญภัยมาก่อนเลย ทางทัวร์จะเลือกเส้นทางแบบสำรวจธรรมชาติ ทางเรียบ ขี่ง่าย และอีกกลุ่มคือ แม้ไม่ได้ขี่เสือภูเขามาก่อน แต่เล่นกีฬาอยู่แล้ว ร่างกายแข็งแรง มีสมาธิดี และมีความเชื่อมั่น ก็จะได้ขี่ในเส้นทางที่ยากกว่ากลุ่มแรก
แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มที่เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมอยู่แล้วจึงจัดอยู่ในกลุ่ม Intermediate ขึ้นไป และเป็นงานของไกด์ที่ต้องอ่านให้ขาดว่าลูกทัวร์ของเขาแต่ละคนมีความสามารถแค่ไหน
เส้นทางที่ออกแบบไว้เพื่อการขี่แนวเอ็นดูโรเน้นการลงเขาเป็นส่วนใหญ่ มีทางขึ้นเขาเพียง 15% และต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆ เช่น โค้งหักศอก ขอนไม้ ตอไม้ ก้อนหิน เทคนิคในการข้ามอุปสรรคก็ขึ้นอยู่กับทักษะของแต่ละคน
แต่ที่ยากที่สุดคือการขี่สไตล์ดาวน์ฮิล (Downhill) หรือขี่ลงเขาโดยใช้ความเร็ว ซึ่งถือเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมสูง
“ต้องใช้เสือภูเขาแบบดาวน์ฮิลที่มีช่วงยุบเยอะๆ ออกแนวโมโตครอสนิดๆ มีโช้คเยอะ มีองศารถเฉพาะ เป็นรถอีกระดับหนึ่ง ไม่ใช้สำหรับการขี่ขึ้นเขา เส้นทางแบบนี้เราก็มีให้ แต่แนะนำให้ลูกค้าเอารถมาเองดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักขี่ระดับแข่ง ก็มักใช้รถของตัวเองอยู่แล้ว”
เชียงใหม่ อีกหนึ่งสวรรค์สำหรับนักปั่น
แม้แต่โปรจากต่างประเทศก็ต้องยกนิ้วให้เส้นทางเชียงใหม่ด้วยธรรมชาติซึ่งยังคงความดิบ แต่หากเพิ่มการปรับเส้นทางให้ขี่สนุกขึ้นอีกนิด
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าถึงเส้นทางเหล่านี้ นอกจากสายเดินป่า เพื่อไม่ให้ทับกับเส้นทางเดินป่า อัครเดชและทีมงานจึงเลือกสำรวจเส้นทางใหม่ๆ จากทางสายเก่าที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้สัญจรกันมานานแล้ว ซึ่งจะเรียกว่า Single Track เป็นเส้นทางที่มีความยาก เพราะไม่ได้ถูกปรับเพื่อความสะดวกใดๆ พื้นที่ที่เข้าไป (อย่างถูกกฎหมาย) ก็มีทั้งอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย อุทยานแห่งชาติแม่วาง และหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน เป็นต้น
“เส้นทางดาวน์ฮิลที่เชียงใหม่มีเยอะเลย ลูกค้าต่างชาติบางคนบอกว่าเส้นทาง Bike Park ที่เมืองนอกจะดูแลเกลี่ยให้เรียบเหมือนทางลาดยาง พอมาขี่ที่นี่เขาว่ามันและโหดที่สุดเท่าที่เขาเคยขี่มาเพราะเส้นทางเป็นธรรมชาติจริงๆ”
อัครเดชเสริมว่ากิจกรรมอย่างการเดินป่าหรือขี่จักรยานแบบนี้ไม่ได้ทำลายธรรมชาติเลย “เราไม่จำเป็นต้องย้ายแม้แต่ต้นไม้ที่โค่นขวางทางด้วยซ้ำ แค่ปรับพื้นที่เล็กน้อย และประสานกับวัฒนธรรมที่เชียงใหม่มี ถ้าทำได้ เส้นทางนี้ก็อาจเป็นเส้นทางแข่งระดับโลกได้ในอนาคต”
ภาพ: อัครเดช ศิรินภาไพศาล





