วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

รอยสตั๊ด : ความพ่ายแพ้ที่เป็นตำนาน

ทีมลูกหนังไทยเคยลงสนาม พบทีมชาติชุดใหญ่

ของประเทศต่าง ๆ มาแล้วเกือบทั่วโลก โดยเฉพาะกับทีมที่ลงเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย หนึ่งในนั้น คือ “ทีมชาตินอร์เวย์” (ค.ศ. 1994, 1998) และยังเป็นแมตช์แรกที่ ฟีฟ่าให้การรับรองเมื่อ 51 ปีก่อน

เมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งขุนพลนักเตะธงไตรรงค์ไปฝึกอบรมการเล่นและฝึกซ้อม ณ ทวีปยุโรป ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2508 เพื่อเตรียมทีมสำหรับกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2508) ที่ประเทศมาเลเซีย และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 9 (พ.ศ. 2509) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ก่อนลงแข่งขันหาประสบการณ์กับทีมระดับสโมสรอาชีพและทีมชาติของยุโรป

ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.1965 (พ.ศ. 2508) ณ สนามบราน สเตเดียม ของสโมสรบราน เมืองเบอร์เก้น ประเทศนอร์เวย์ แมตช์กระชับมิตรระหว่างชาติ ทีมชาตินอร์เวย์ พบ ทีมชาติไทย 7-0 โดยมี มร.เทรด โซเรนเซน ชาวเดนมาร์กเป็นผู้ตัดสิน ผู้เล่นทีมเจ้าบ้านเป็นชุดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ค.ศ. 1966 (อังกฤษ) ในขณะที่ทีมเยือนจากลุ่มเจ้าพระยา มี มร.ไฮร์ มุลลัค ชาวเยอรมันเป็นผู้ฝึกสอน สำหรับนักเตะไทยประกอบด้วย อัศวิน ธงอินเนตร (ดาราเอเชีย พ.ศ. 2508), อนันต์ คงเจริญ, วิชิต แย้มบุญเรือง, ยงยุทธ สังขโกวิท, ณรงค์ สังขสุวรรณ (ดาราเอเชีย พ.ศ. 2515), ยรรยง ณ หนองคาย, ประเดิม ม่วงเกษม, อัษฎางค์ ปาณิกบุตร, ยรรยง นิลภิรมย์ ฯลฯ 

ผลการแข่งขัน ทีมชาตินอร์เวย์ ชนะ ทีมชาติไทย 7-0 ผู้ทำประตูให้ทีมไวกิ้งส์ คือ เคิร์ท คาสเปอร์เซน, อิริค โจฮันเซน, เออนี่ ปีเดอร์เซน, โอรีฟ นีลเซน และ ฮาราล เบิร์ก ทำแฮตทริก 3 ประตู

แม้ว่าทีมชาติไทยจะแพ้ทีมเจ้าถิ่นอย่างยับเยิน แต่หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับของนอร์เวย์ ได้พร้อมใจกันลงภาพข่าว พร้อมกล่าวยกย่องนายทวารของทีมจากแดนสยามเมืองยิ้ม คือ “อัศวิน ธงอินเนตร” โดยกล่าวว่า เป็นผู้ทำหน้าที่ป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยม มิฉะนั้นแล้วทีมชาตินอร์เวย์ จะต้องชนะไม่ต่ำกว่า 15 ประตู

หลังจากนั้น ในวันที่ 18 มกราคม 2555 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย พบ ทีมชาตินอร์เวย์ เป็นแมทช์ที่ 2 ทีมไทยในฐานะเจ้าถิ่นพ่ายทีมจากสแกนดิเนเวียไปอย่างหวุด 0-1 อีกครั้ง โดย “เอกิล โอลเซ่น” ผู้เล่นหมายเลข 4 เมื่อ 47 ปีที่แล้ว ได้ปรากฏตัวในฐานะของโค้ชทีมเยือน

ในหลวง เคยทรงเคยมีพระบรมราชโชวาทแก่นักกีฬาทีมชาติไทย ที่ต้องเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศครั้งหนึ่ง ว่า “เราอาจจะแพ้ในการแข่งขัน แต่ขอให้เล่นอย่างชนะใจคนดูรอบสนาม ก็ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย” อันเป็นปรัชญาของการกีฬาทุกประเภทและนักฟุตบอลทีมชาติไทย ตราบถึงปัจจุบัน