"โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า" แสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บ 2 ราย หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดป่วนพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายได้พยายามสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์ และก่อกวนในหลายพื้นที่ ในห้วงตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการลงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 คนร้ายได้สร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กไม่มีสะเก็ดระเบิด และประทัดยักษ์ พร้อมกันหลายจุดในพื้นที่ อ.บันนังสตา และ อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นเหตุให้ราษฎรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง
“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อราษฎรทั้ง 2 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุเพียงแค่ 4 ขวบ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของผู้อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สมควรต้องถูกประณามอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งรัดในการให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนต่อไป” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่อย่างกว้างขวางด้วยการชี้นำ ทางความคิดและบิดเบือนข้อเท็จจริง ในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นการศึกษาและศาสนา ที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องมุสลิม เพื่อสร้างกระแสความรู้สึกร่วม และเติมเชื้อไฟความรุนแรง ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว นอกจากหมิ่นเหม่ และล่อแหลมต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นปัจจัยหนุนเสริมให้กลุ่มคนร้ายฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ที่สร้างความเดือดร้อนโดยตรงกับพื้นที่ และพี่น้องประชาชน และทำลายความเชื่อมั่นในเรื่องการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
แต่อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงดำรงความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาด้วยการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย บังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม ติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกระบวนการกฎหมาย และเร่งรัดงานการพัฒนาตามโครงการประชารัฐร่วมใจ สร้างอำเภอสันติสุข ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนต่อไป





