ปฏิบัติการร่วมเชฟแม่โขง 2 ปี ทลายเครือข่ายรายใหญ่-รายย่อย จัดผังนักค้ารายสำคัญ 5 กลุ่ม60 เครือข่าย
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดผ่านโครงการเซฟแม่โขงตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดไปแล้ว 1 กลุ่มใหญ่ 26 เครือข่าย จากจำนวน 5 กลุ่มใหญ่ 60 เครือข่าย ขณะนี้นักค้ายาเสพติดเหลือ 4 กลุ่ม 34 เครือข่าย ซึ่งอยู่ในไทย 1 กลุ่ม อยู่ประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 กลุ่ม ซึ่งได้ส่งรายชื่อให้ต่างประเทศแล้วว่านักค้ายาเสพติดพักพิงอยู่กับชน กลุ่มน้อยใด ส่วนกลุ่มยาเสพติดในไทยทราบว่าหัวหน้าขบวนการกลุ่มป่วยหนัก.โดยการกำหนดเครือข่ายอย่างชัดเจนทำได้ เนื่องจากบช.ปส. และ ปปส.ร่วมกับเซฟแม่โขงจัดทำผังโดยใช้เวลากว่า 2 ปี จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ทลายทั้งเครือข่ายใหญ่และรายย่อยที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ลงไปถึงภาคใต้ ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา
"นโยบายสงครามยาเสพติดของบางรัฐบาลทำให้คนตายไปกว่า 2,500 ศพ ซึ่งการตรวจสอบฐานข้อมูลยาเสพติดพบว่า คนที่ตายเป็นแค่นักค้ารายย่อย ไม่สามารถสาวไปถึงรายใหญ่ได้ และไม่เชื่อมโยงถึง 5 กลุ่มใหญ่ 60 เครือข่ายการทำสงครามยาเสพติดจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง องค์การสหประชาติ (ยูเอ็น) ยังต้องขอให้ยกเลิกการทำสงครามกับยาเสพติด เพราะยาเสพติดต้องใช้หลายแนวทางร่วมกัน ทั้งเรื่องการปรับกฎหมาย การทำเรื่องบังคับบำบัดและสาธารณสุข ขณะนี้น่าจะมาถูกทางแล้วโดยเฉพาะนโยบายเชิงรุกที่จะทำให้สามเหลี่ยมทองคำหายไปจากภูมิภาค ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน" พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแม่โขงปลอดภัยระยะที่ 3 (เซฟแม่โขง) ว่า ภายหลังรัฐบาลเมียนมาร์เปลี่ยนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปัญหายาเสพติดและความมั่นคง 3 ตำแหน่ง ตนจึงได้หารือแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำโดยจะกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งจีน เมียนมาร์ และลาวร่วมกันจัดทำแผนเสนอมายังเซฟแม่โขง ส่วนไทยจะเป็นผู้ประสานขอให้ UNODC สนับสนุนงบประมาณในการซื้อยุทโธปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับแก้ปัญหายาเสพติด โดยจะขอความร่วมมือจากเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมัน และอเมริกา ให้สนับสนุนเป็นเงินบริจาคให้กับลาวและเมียนมาร์
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ก็เป็นหนึ่งในจุดที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตนจึงเสนออาเซียนเพื่อให้การปิดล้อมพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยกำหนดให้ยาเสพติดเป็นวาระของอาเซียน หลังจากนี้จะหารือกับมาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูง ให้มาสนับสนุนงานปราบปรามและป้องกัน เพราะแม้ไทยจะเป็นศูนย์กลางของยาเสพติด แต่ไทยไม่ใช่ประเทศต้นทางและไม่ใช่ประเทศปลายทาง แต่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมและเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด คาดว่ายาเสพติดถูนำมาใช้ในไทย 20% ส่วนที่เหลือ 80% กระจายไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะออสเตรเลียที่ขณะนี้ได้รับผลกระทบหนักจากเมทแอมเฟตามีนที่ถูกส่งมาจากสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งยาเสพติดถูกขนจากพื้นที่ภาคเหนือไปยังภาคใต้ผ่านมาเลเซียและสิงคโปร์ไปยังออสเตรเลีย


