วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สาวใหญ่แจ้งตร. ถูกแก๊งอ้างเป็นนายหน้าค้าที่ดินหลอกสูญ5แสน

สองสาวใหญ่โร่แจ้งความ ถูกแก๊งโจรอ้างเป็นนายหน้าซื้อที่ดิน ตุ๋นเงินสูญ 500,000 บาท

วันนี้ (26 ก.ค.) นางสาวจำลอง วงษ์เนตร์ อายุ 63 ปี พร้อมด้วย นางสมบูรณ์ อ่ำพงษ์ อายุ 56 ปี ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง ว่าถูกแก๊งนายหน้าขายที่ดิน 4 คน ต้มตุ๋นหลอกให้ตนเองไปเบิกเงินจำนวน 500,000 บาท มาร่วมหุ้นในการวางมัดจำที่ดิน โดยเสนอค่าตอบแทนสูงเป็นเงินหลักล้านบาท โดยคนร้ายเป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน ผู้หญิงเป็นสาวหน้าตาดี ผมยาว และมีชายอีก 2 คนจำลักษณะไม่ได้ ใช้รถเก่งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนจำได้ 7138 ไม่ทราบจังหวัดและหมวดอักษร และรถกระบะอีก 2 คัน ร่วมก่อเหตุหลังก่อเหตุแล้วทิ้งผู้เสียหายไว้ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอโคกสำโรง

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสอง ให้การว่า ในช่วงบ่ายวานนี้ (25 ก.ค.) ได้มีแก๊งนายหน้าค้าที่ดิน 2 คนแต่งตัวภูมิฐาน ขับรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้านพักของพวกตน และได้เดินลงจากรถเข้ามาถามว่ามีใครอยากจะขายที่ดินบ้าง โดยอ้างคนร้ายที่เป็นชายนั่งในรถเป็นเจ้านายของตน ต้องการจะหาซื้อที่ดินในย่านนี้ หลังจากนั้นทั้งสองได้ลงจากรถมาพูดคุยกันโดยมีพวกตนยืนฟังอยู่ด้วย สักพักหนึ่งในคนร้ายได้กดโทรศัพท์ไปพูดคุยกับคนร้ายที่สมอ้างว่าเจ้าของที่ดินรายหนึ่งชื่อ นางนิด ซึ่งต้องการขายที่ดินให้ และได้นัดให้มาพบและพูดคุยเสนอราคาที่ดินกัน กระทั่งคนร้ายที่ชื่อนางนิด ได้พาคนร้ายอีก 1 คนขับรถตามมาสมทบ 

โดยมีการตกลงซื้อขายที่ดินจำนวน 35 ไร่ ในราคาไร่ละ 400,000 บาท จากนั้นคนร้ายที่เป็นชายที่สมอ้างว่าเป็นเจ้านาย ก็ได้ตกลงซื้อและจะขอโอนที่ดินในวันพุธที่ 27 กรกฎาคม นี้ แต่วันนี้ขอวางมัดจำไว้ก่อน 500,000 บาท ก่อนจะให้คนร้ายที่อ้างว่าเป็นลูกน้องไปหยิบเงินมา 5 ปึกแล้วนำเงินมาใส่ถุงหิ้วไว้ ส่วนคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้านายได้ขอตัวเดินทางไปทำธุระที่อำเภอตากฟ้า โดยทิ้งให้ลูกน้องทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับนางนิด ที่สมอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน โดยนางนิด บอกว่า ถ้าหากจะโอนที่ดินในวันพุธคงทำไม่ได้ อ้างว่า โฉนดที่ดินเอาไปจำนองไว้กับร้านทองในตัวเมืองลพบุรี เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท 

จากนั้นคนร้ายก็ทำทีเป็นปรึกษากันและตกลงว่าจะช่วยกันออกเงินเป็นค่าถ่ายถอนจำนองโดยไม่บอกให้เจ้านายรู้ และให้ทุกคนลงหุ้นเงินกัน พร้อมกับหันมาถามพวกตนว่า “ป้าจะลงหุ้นด้วยเท่าไร” จนหลงเชื่อจึงได้บอกไปว่า มีเงินอยู่ในบัญชีแค่ 500,000 บาท คนร้ายจึงได้ออกอุบายให้ไปถอนเงินมารวมกัน โน้มน้าวว่าแค่ 2 วันก็จะได้แบ่งเงินกันแล้วคนละกว่า 3 ล้านบาท จากนั้นคนร้าย 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คนก็ได้อาสาขับรถพาพวกตนไปถอนเงินที่ธนาคารกรุงไทย สาขาโคกสำโรง เมื่อไปถึงได้ให้พวกตนเข้าไปเบิกเงินในธนาคารคนเดียว โดยบอกว่าจะรออยู่บนรถ 

หลังจากที่เบิกเงินเดินออกมา คนร้ายก็ขับรถมารับพวกตน พร้อมกับถามว่าเบิกเงินมาได้หรือไม่ จึงตอบไปว่าได้ หนึ่งในคนร้ายก็บอกว่าให้เอาเงินมาเก็บไว้กับตน ระหว่างทางได้ออกอุบายให้ลงไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้นำมาเป็นหลักฐานในการเข้าหุ้นกัน โดยบอกว่า “เดี๋ยวจะกลับมารับ ตนยืนรอนานมาก ก็ไม่เห็นมารับ จนเริ่มคิดว่าถูกหลอก ในขณะที่หลานชายพอทราบเรื่อง ก็ได้รีบขับรถตามมาเพื่อจะห้ามปราบแต่ไม่ทันแล้ว เพราะพวกตนถูกหลอกให้ยืนรอ ส่วนคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปพร้อมกับเงินจำนวน 5 แสนบาท ตนถึงกับเป็นลมเมื่อรู้ว่าถูกหลอก และเงินที่เก็บไว้กว่าครึ่งชีวิตต้องมาสูญไป

หลังจากทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิทยุสกัดจับคนร้าย แต่ก็ไร้วีแวว จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากมีการมาติดต่อซื้อขายที่ดิน ก็ให้ใช้ความระมัดระวังและอย่าไปหลงเชื่อ

โดยในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึก และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามบ้านใกล้เคียง รวมทั้งตามร้านค้าที่คนร้ายจอดรถ ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เพื่อนำภาพมาประมวลเพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป