วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งสืบจับโจรขึ้นบ้านผู้ว่าฯระยอง กวาด1.2ล้านหนี

รรท.ผบช.น. ลั่นเร่งสืบจับโจรขึ้นบ้านผู้ว่าฯระยอง กวาด1.2ล้านหนี เผยมีต้องสงสัยหลายกลุ่ม

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต อายุ 60 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ว่า กลางดึกวันที่ 22 มิถุนายน ได้คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 79/101 หมู่บ้านสัมมากร ซอยสามวา 29 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านพักของตนเองและและนางนิภา สุวรรณสุจริต ภรรยา

โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท แยกเป็นเงินสด 9 แสนบาท และทองคำแท่งหนัก 5 บาท 2 แท่ง รวมน้ำหนักทอง 10 บาท มูลค่ากว่า 2.2 แสนบาท หลบหนีไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้

กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.มีนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ ก็ได้ส่งฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี พร้อม กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า คนร้ายลอบเข้ามาจากทางประตูหลังบ้าน เนื่องจากพบร่องรอยลายนิ้วมือ และรอยเท้าของคนร้ายเป็นจำนวนมาก จากนั้นคนร้ายทั้งหมดก็ได้มุ่งตรงไปที่ห้องนอนชั้นที่ 2 ของนายสมศักดิ์ และลงมือรื้อค้นกล่องภายในห้องและลิ้นชัก หยิบเงินสดรวมทั้งทองคำแท่ง จึงสันนิษฐานได้ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเป็นอย่างดี รู้ที่เก็บทรัพย์สิน เนื่องจากการตรวจสอบ พบรอยเท้าคนร้ายมุ่งตรงไปที่ห้องนอนของนายสมศักดิ์เพียงเท่านั้น โดยไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะตู้เซฟซึ่งก็อยู่ปกติ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงคนร้ายกับบุคคลต้องสงสัย

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 กรกฎาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยมีการสอบสวนบุคคลต้องสงสัยแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ตรงกับลายนิ้วมือที่เก็บได้ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลายกลุ่ม และทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบหาหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับทรัพย์สินที่สูญหายไปส่วนใหญ่เป็นทองคำที่สะสมไว้และเงินสด รวมมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท

ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลย ยังคงติดตามสืบหาข่าวอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้อย่างแน่นอน