รถจากัวร์ 'หลวงพี่น้ำฝน' จงใจเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากผิดคุก10ปี

รถจากัวร์ 'หลวงพี่น้ำฝน' จงใจเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากผิดคุก10ปี

"ดีเอสไอ" แถลงผลการสอบสวน กรณีรถจากัวร์ "หลวงพี่น้ำฝน" จงใจเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากผิดคุก10ปี

เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบเลี่ยงภาษีในความครอบครองขอพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม โดยระบุว่ารถคันดังกล่าวผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น เป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยเจตนา โดยสำแดงนำเข้าโครงรถยนต์เป็นแพนเธอร์ หมายเลขตัวรถ 731 สำแดงเครื่องยนต์เป็นจากัวร์ หมายเลขเครื่อง 8L 66240-L แต่แท้จริงรถดังกล่าวเป็นยี่ห้อแพนเธอร์ไม่ใช่จากัวร์ ในการจดทะเบียนใช้รถยนต์ที่ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งดีเอสไอเดินทางไปสอบปากคำพยานผู้ครอบครองรถในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ารถคันดังกล่าวมีการขายต่อมาแล้ว 2-3 ทอด ก่อนที่หลวงพี่น้ำฝนจะซื้อต่อจากนายสมเชษฐ เขมทัต เจ้าของร้านอาหารไทยในสหรัฐฯในราคาประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่สำแดงนำเข้าโครงในราคา 140,000 บาท

โดยหลวงพี่น้ำฝนมีการว่าจ้างให้นายไพเราะ พลคณา เจ้าของบริษัท พี-บอย ออโต้ แยกชิ้นส่วนรถยนต์และจัดเป็นสินค้าส่งออก ขนส่งทางเรือจากสหรัฐฯมาไทย ซึ่งรถคันดังกล่าวมีชื่อหลวงพี่น้ำฝนเป็นผู้นำเข้าโครงรถยนต์ตั้งแต่ต้น และได้ปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร์ ปถคามินทร์ ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดนครปฐมให้เป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ หลังจากนี้ต้องตรวจสอบลายเซ็นทางนิติวิทยาศาสตร์

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า เมื่อรถยนต์ส่งถึงประเทศไทยมีการนำไปประกอบเป็นรถยนต์กับโรงประกอบของนายธีรวุฒิ แดงท่าไม้ ใช้เวลาประกอบรถ 20 วัน แล้วนำไปชำระภาษีสรรพสามิตจดทะเบียนเป็นรถยนต์ในชื่อของหลวงพี่น้ำฝน จากหลักฐานเชื่อว่ารถคันดังกล่าวมีการแยกชิ้นส่วนมาจดประกอบจริงแต่หลวงพี่น้ำฝนมีเจตนาแต่ต้นที่จะนำเข้ารถยนต์มาทั้งคัน แต่ไทยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร จึงเลี่ยงวิธีการนำเข้าด้วยการแยกชิ้นส่วน ในทางคดีเห็นว่าผู้นำเข้าเครื่องยนต์และตัวถังมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องถือเป็นบุคคลเดียวกัน ถือเป็นผู้มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรตามพ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ประกอบพ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร ขณะนี้กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบอากรและค่าปรับ เมื่อเสร็จสิ้นดีเอสไอจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าแจ้งข้อหา โดยผู้นำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษีนอกจากจะต้องชำระภาษีให้ครบสมบูรณ์แล้วจะมีโทษอาญาจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 4 เท่าของอากร ผู้ครอบครองมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี