คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี
ถูกกดดันหนักจาก 14 องค์กรต่อต้านสารกระตุ้นของชาติต่างๆ หลังมีจดหมายส่งตรงถึงประธาน โธมัส บัค เรียกร้องให้มีคำสั่งแบนทัพนักกีฬารัสเซีย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจาก ริโอ เกมส์ 2016 จากกรณีรัฐอยู่เบื้องหลังการใช้สารกระตุ้น ของนักกีฬาตามที่ปรากฏในรายงานขององค์กรต่อต้านสารกระตุ้นโลก หรือ วาดา แต่ยังเปิดช่องให้นักกีฬาที่พิสูจน์ได้ว่าปลอดสารกระตุ้นเข้าร่วมภายใต้ธงเป็นกลาง
จดหมายดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการลงนามร่วมของหน่วยงานต้านสารกระตุ้นในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และสเปน ถูกส่งตรงถึงประธานไอโอซี เพื่อย้ำเตือนคำมั่นที่เคยให้ว่าจะนำมาตรการลงโทษขั้นสูงสุด เท่าที่เป็นไปได้มาใช้ในกรณีนี้ เพื่อรักษาคุณค่าและเกียรติของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก
รายงานยังระบุว่าหน่วยงานเหล่านี้ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ ไอโอซี ที่จะเปิดโอกาสให้สหพันธ์กีฬานานาชาติต่างๆ เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะอนุญาตให้นักกีฬารัสเซียเข้าร่วมใน โอลิมปิก หรือไม่ แม้ว่าจะเป็นวิธีที่สมาชิกรวมถึงบอร์ดบริหารบางส่วนของ ไอโอซี เห็นชอบก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เนื้อความในจดหมายฉบับดังกล่าว ยังเปิดทางให้นักกีฬาบางกลุ่ม ที่ได้รับการพิสูจน์และรับรองจาก ไอโอซี รวมถึง วาดา ว่าปลอดจากสารกระตุ้น สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ภายใต้ธงกลางแทนที่จะเป็นในนามของรัสเซีย
ปัจจุบัน ไอโอซี ยังอยู่ระหว่างรอฟังผล การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ ซีเอเอส ในการยื่นคำอุทธรณ์จากสหพันธ์กรีฑารัสเซีย เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งแบนจากสหพันธ์กีฬานานาชาติ หรือ ไอเอเอเอฟ ที่ห้ามนักกรีฑาทั้งลู่และลานของรัสเซียเข้าร่วมการแข่งขันระดับชาติในทุกระดับมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2015 โดยเชื่อกันว่าคำตัดสินของ ซีเอเอส จะมีผลต่อการตัดสินใจในขั้นสุดท้ายของ ไอโอซี เช่นเดียวกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่าคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล หรือ ไอพีซี นำโดย เซอร์ ฟิลิป เครเวน ในฐานะประธาน ได้เรียกประชุมในช่วงบ่ายวันนี้ (22 ก.ค.) เพื่อพิจารณาบทลงโทษที่เหมาะสม สำหรับทัพนักกีฬาพาราลิมปิกของรัสเซียจากกรณีเดียวกัน เนื่องจากในรายงานของ ดร. แม็คลาเรน ระบุว่ามีตัวอย่างปัสสาวะของนักกีฬารัสเซีย 35 ราย สูญหายไประหว่างการแข่งขันกีฬาคนพิการ ช่วงปี 2555-2558 ซึ่งรวมถึงช่วงการแข่งขัน โซชิ เกมส์ ที่รัสเซียได้เหรียญรางวัลมากกว่าชาติอื่นๆที่เข้าร่วมถึงสามเท่า


