"ชยาวุธ" เตรียมเสนอสภากทม. เคาะเก็บค่าน้ำเสียบ้านละ 30 บาท/เดือน คอนโดเหมาจ่าย 500 บาท ส่วนโรงงาน ลบ.ม.ละ 4 บาท เล็งเก็บพร้อมบิลค่าน้ำประปา
นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ในประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย การบริหารทรัพยากรน้ำและการบำบัดน้ำเสีย เปิดเผย ว่า คณะกรรมการฯได้สรุปผลการศึกษาแนวทางการบังคับใช้ข้อบัญญัติเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ของ กทม. เพื่อให้สมาชิกพิจารณา โดยจากผลการศึกษาโดยใช้หลักการ คือใครผลิตน้ำเสียมากจ่ายมากใครผลิตน้อยจ่ายน้อย ซึ่งจากการตรวจสอบการใช้ปริมาณน้ำของอาคารบ้านเรือนขนาดต่างๆแล้ว
ทั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่า สำหรับการจัดเก็บน้ำเสียนั้นจะแยกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 การจัดเก็บจากภาคครัวเรือนเดี่ยว หรือบ้านเรือนทั่วไป นั้น หากผลิตน้ำเสียไม่เกิน 10 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ไม่ต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำ แต่หากใช้น้ำตั้งแต่ 10-100 ลบ.ม.เหมาจ่าย เดือนละ 30บาท ส่วนที่2.เป็นครัวเรือนขนาดใหญ่หรือผู้อาศัยจำนวนมาก เช่น แฟลต คอนโด หรืออาคารเชิงพาณิชย์ หากใช้น้ำไม่เกิน 500 ลบ.ม.เหมาจ่าย 500 บาท ตั้งแต่ 500 -1,000ลบ.ม. เหมาจ่าย 1,000 บาท และหากใช้1,000ลบ.ม. ขึ้นไปจ่าย 1,500
ส่วนที่ 3 คือภาคอุตสาหกรรม จะคิดค่าน้ำเสียเป็นร้อยละ 80 จากปริมาณน้ำประปาที่ใช้ทั้งหมด ลบ.ม.ละ 4บาท หมายถึง หากใช้น้ำประปาจำนวนเท่าใดก็ตามถือว่าร้อยละ 80 เป็นน้ำเสียและต้องจ่ายค่าบำบัดลบ.ม.ละ 4 บาท
ทั้งนี้ในส่วนของการจัดเก็บนั้น จากการสำรวจพบว่า อาคารในส่วนที่ 1และ2 ที่เป็นบ้านเรือนและอาคารที่พักอาศัยรวมแล้ว มี ร้อยละ 90ของอาคารทั้งหมด ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีเพียง ร้อยละ10 ดังนั้น การจัดเก็บแบบเหมาจ่ายทำให้สามารถจัดเก็บตามบิลค่าน้ำประปาได้เลย ซึ่งทางการประปานครหลวง (กปน.) เป็นผู้จัดเก็บให้ ส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้นจะต้องขอข้อมูลจากการประปาซึ่งอาจจะจัดเก็บเป็นรายเดือน ราย 3เดือนหรือระยะเวลาที่เห็นว่าเหมาะสม โดยจะต้องเสนอให้ที่ประชุมสภากทม.เห็นชอบก่อนที่จะประกาศใช้เพื่อกำหนดจัดเก็บต่อไป


