"สมาคมเหรียญที่ระลึกไทย" ชี้หากขโมยเหรียญทองคำที่ระลึกไปหลอมเพื่อจำหน่าย จะมีราคาประมาณ 1 ล้านบาท ด้านตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายจับ
นายศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ เลขานุการสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการนำเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา มาจำหน่ายในตลาดเหรียญ เพราะเป็นเหรียญที่ระลึกนี้กรมธนารักษ์เพิ่งเปิดให้จองเมื่อปีที่แล้ว และเหรียญทองคำเปิดให้จองเพียงคนละ 1 เหรียญ โดยมีราคาหน้าเหรียญ 16,000 บาท และกรมธนารักษ์ให้แลกที่ราคา 30,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ที่จองส่วนใหญ่มีกำลังซื้อจึงต้องการเก็บไว้มากกว่านำมาจำหน่ายในตลาดเหรียญ โดยเฉพาะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีถ้านำมาจำหน่ายก็อาจจะได้ราคาไม่ดี และปกติเหรียญที่ระลึกทองคำที่กรมธนารักษ์ผลิต เมื่อมีการนำออกมาจำหน่ายในตลาดเหรียญจะมีราคาสูงกว่าราคาที่แลกจากกรมธนารักษ์ 10-20%
สำหรับเหรียญที่ระลึกที่หายไปเป็นเหรียญที่มีตำหนิหรือชำรุด จึงคาดว่าการจำหน่ายจะเป็น 2 แนวทาง คือ 1.จำหน่ายในตลาดมืดที่ผู้รับซื้อรับรู้ว่าเป็นของโจร เพราะเหรียญมีตำหนิและมีข่าวรับทราบในวงกว้างเป็นเหรียญที่ถูกขโมย 2.นำไปหลอมเป็นทองคำแล้วจำหน่าย ซึ่งแนวทางนี้มีโอกาสมากกว่าเพราะเมื่อหลอมแล้วจะไม่รู้ที่มาของเนื้อทองคำที่นำมาหลอม โดย 1 เหรียญ มีน้ำหนัก 1 บาท จะมีราคาประมาณ 20,000 บาท ถ้าหลอม 50 เหรียญ จะมีราคาประมาณ 1 ล้านบาท
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง โดยได้รับรายงานว่า สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้วมากกว่า 20 คน รวม 3 คนที่ถือกุญแจตู้เซฟนิรภัย ที่ยืนยันว่าไม่รู้เห็นเหตุการณ์เหรียญหาย โดนคดีนี้เบื้องต้นมีพยานเห็นว่า 1 ใน 3 มีการนำถาดใส่ของ ซึ่งบรรจุเหรียญทองคำออกจากห้องไป ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับต่อไป โดยคาดว่าพนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลออกหมายจับก่อน 1 คน ส่วนผู้ที่ร่วมกระบวนการนั้นจะต้องรอรวบรวมหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่โรงกษาปณ์ ที่พบว่ามีการคุมเข้มการเข้าออก โดยทุกคนต้องถอดรองเท้า และมีเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจโลหะตรวจตามลำตัวอีกครั้งหนึ่ง ที่กระจกแต่ละด้านจะมีเหล็กดัดปิดกั้นไว้อีก 1 ชั้น ซึ่งรองผบ.ตร.บอกว่า การคุมเข้มนี้จึงไม่น่าจะยากในการติดตามจับกุมคนร้าย





