วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภากทม. ตั้งคกก.ทบทวน 'บีอาร์ที' หวั่นขาดทุนซ้ำ

สภากทม. ตั้งคกก.ทบทวนบริการ “บีอาร์ที” หวั่นขาดทุนซ้ำ วางกรอบพิจารณา 120 วัน หลังขาดทุน 6 ปีทะลุพันล้าน

ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสภากทม.สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 1) ประจำปีพ.ศ.2559 โดยมีนายจุมพล สำเภาพล นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหารกทม. สมาชิกสภากทม. และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภา กทม. ได้ยื่นญัติขอให้สภากทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาและทบทวนการดำเนินการโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ภายหลังจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2550 เห็นชอบให้กทม. เดินรถโดยสารบีอาร์ที เป็นโครงการนำร่องสายแรก โดยกทม.ได้ทำสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจ กทม. เดินรถโดยสารบีอาร์ทีสาย 402 สาทร-ราชพฤกษ์ ระยะเวลาสัญญา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2553 - 2560 วงเงิน 2,009.7 ล้านบาท ซึ่งกทม.ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.2553 โดยผลการดำเนินการโครงการตั้งแต่ปี 2553-2559 มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยปีละ 18,000 ต่อเที่ยว/คน/วัน และมีรายรับรวมเป็นเงิน 199.8 ล้านบาท รายจ่าย 1,237.6 ล้านบาท

"ขอตั้งข้อสังเกตว่าจากรายจ่ายที่เกิดขึ้น ทำให้ กทม.มีรายจ่ายที่ต้องชดเชยให้กับผู้รับจ้าง 1,037.8 ล้านบาท ประกอบกับทราบมาว่า ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดการปรับปรุงโครงการรถโดยสารบีอาร์ที เพื่อพัฒนาโครงการหลังสิ้นจากสิ้นสุดโครงการในระยะแรก โดยมีแนวทางศึกษาการพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือการปรับลดค่าใช้จ่ายและการปรับปรุงรถโดยสารบีอาร์ทีให้สามารถใช้งานได้ในระยะสั้น 3-5 ปี ” นายชยาวุธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในที่ประชุมสมาชิกสภากทม.ได้ร่วมอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงโครงการดังกล่าวไม่มีความคุ้มค่า มีระยะเวลาดำเนินการมาแล้ว 6 ปี แต่ขาดทุนปีละ 200 ล้านบาท ส่วนการแก้ปัญหาจราจรไม่สามารถทำได้จริง ที่สำคัญเป็นการหาเสียงด้วยหรือไม่ เพราะมีการตั้งราคาแค่ 5 บาท อีกทั้งระยะเวลาเดินทางของการให้บริการ และจำนวนผู้ใช้บริการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะมีการวิจารณ์จากสังคมว่า เป็นการนำภาษีประชาชนมาใช้ในโครงการนี้ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จึงขอให้สภากทม.ตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมาศึกษาและทบทวนโครงการ

ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า โครงการรถโดยสารบีอาร์ที เป็นนโยบายที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้บริหารเห็นถึงปัญหาในการใช้รถโดยสารประจำทาง และเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจในการปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาระบบเชื่อมต่อคมนาคมทางบกและทางน้ำ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวก ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามศึกษา รวมทั้งพัฒนาปรับปรุงโครงการมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน เพราะในเส้นทางที่รถเมล์บีอาร์ทีผ่านเส้นทางสาทร ราชพฤกษ์ ไม่มีระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่น ส่วนราคาค่าโดยสารจำนวน 5 บาทนั้น ก็คำนึงจากสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยินดีและรับฟังข้อเสนอจากสภากทม.เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินโครงการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากนั้นในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบและตั้งคณะกรรมการวิสามัญรวมกัน 11 คน แบ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ 7 คน ฝ่ายบริหาร 4 คน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาภายใน 120 วัน เพื่อรวมศึกษาและทบทวนโครงการืซึ่งโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดสัญญาในเดือนเม.ย.2560