วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กองถ่ายต่างชาติบุกไทย

ในปี 2558 ไทยในฐานะจุดหมายการถ่ายทำภาพยนตร์ สามารถดึงรายได้เข้าประเทศได้กว่า 3,164 ล้านบาท จากภาพยนตร์ทุกประเภทกว่า 724 เรื่อง

ไทยในฐานะจุดหมายการถ่ายทำภาพยนตร์ จากภาพยนตร์ทุกประเภทกว่า 724 เรื่อง ในปี 2558  ซึ่งหากวัดผลในเชิงจำนวนเรื่องแล้ว ไทยใกล้เป็น “อันดับหนึ่ง” ของเอเชียแล้ว แต่เป้าหมายท้าทาย ในแง่ “รายได้” ตามแผน ภายใน 2 ปี จะต้องเติบโต 2 เท่าตัว หรือแตะมีมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท
วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า มีองค์ประกอบ ต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน เป้าหมายดังกล่าว เช่น ความร่วมมือกับ 8 หน่วยงานในการรื้อฟื้นการทำงานของ “ศูนย์บริการครบวงจร ณ จุดเดียว” (วันสต๊อปเซอร์วิส) เพื่ออำนวยความสะดวกกองถ่ายทำจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือ การออกมาตรการอินเซนทีฟ หรือสิทธิประโยชน์สำหรับการถ่ายทำเป็นครั้งแรก หลังจากผลักดันมากว่า 10 ปี ด้วยการ “คืนเงินค่าใช้จ่าย” (Cash Rebate) ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำในไทยทั้งหมดในอัตราสูงสุด 20% นอกจากนี้
ไทยมีโอกาส ดึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หรือ “หนังฮอลลีวู้ด” มาถ่ายทำในไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกณฑ์การให้อินเซนทีฟ สอดคล้องกับกองถ่ายขนาดใหญ่
ปัจจุบันการแข่งขัน ดึงรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของ เอเชียมีสูงมากขึ้น เช่น ออสเตรเลีย ประกาศการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกองถ่าย มาเลเซีย ให้เงินคืน ในอัตรากว่า 30% แต่หากเทียบองค์ประกอบ อื่นๆกับไทย
ที่มีจุดแข็งพื้นฐานเรื่องการบริการที่ยืดหยุ่น, ค่าครองชีพไม่สูง และบุคลากรมีความพร้อมและเป็นมืออาชีพ มั่นใจว่าอัตราที่ไทยเตรียมให้ 20% จะไม่ยิ่งหย่อน
คาดว่า แผนการดังกล่าวของไทยจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินสร้างรายได้กว่า 2 เท่าตัวจากปัจจุบันรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท
การวางมาตรการอินเซนทีฟครั้งนี้ ยังมองประโยชน์ในเรื่องการช่วย “กระจายรายได้” และผลพวงอื่นๆ ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากวางเกณฑ์อัตราการคืนเงิน แบ่งเป็น 15% สำหรับกองถ่ายที่ใช้งบประมาณตามที่กำหนด แต่อีก 3% นั้นจะได้รับคืนเงินเพิ่มก็ต่อเมื่อจ้างบุคลากรไทยในตำแหน่งสำคัญเพิ่ม และอีก 2% สำหรับการร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย เช่น เลือกโลเกชั่นตามที่ไทยต้องการส่งเสริม
ส่วนประเด็นที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นอันดับหนึ่งอื่นๆ คือ การมีสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีมาตรฐานรองรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในเดือน ต.ค.นี้ ภาคเอกชนของไทย ได้ลงทุนและเตรียมเปิดให้บริการสตูดิโอแห่งใหม่ซึ่งตรงกับความต้องการของฮอลลีวู้ด และมีทำเลใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสะดวกต่อการขนส่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และนักแสดงด้วย
ทั้งนี้ บริษัทแม็ทชิ่ง บรอดคาสท์ จำกัด ประกาศการลงทุนในโครงการก่อสร้างเมืองถ่ายหนังครบวงจร ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยโครงการดังกล่าวยังอยู่ภายใต้เกณฑ์การส่งเสริมกิจการนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมดิจิทัล ทำให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อน 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปีอีกด้วย

“ไทยยังเสริมความเข้มแข็ง ภายใน ด้วยการส่งเสริมผู้ผลิตภาพยนตร์ให้แข็งแกร่ง ด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 4 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมพื้นที่ 8 คลัสเตอร์เป็นสถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์ และมีการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในไทย คาดว่าจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเผยแพร่ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป”