นครบาล-กองปราบฯ บุกคอนโดฯ "หญิงไก่" จำลองเหตุขณะเหยื่อลักทรัพย์ ชี้เป็นไปได้ยาก ขนทองคำแท่ง หนัก400บาทหลบหนี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 ที่บ้านประชานิเวศน์1 ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 , พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. , พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว. (สอบสวน) กก.1บก.ป. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป. และพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้เดินทางมายังคอนโดบ้านประชานิเวศน์1 เพื่อตรวจสอบ และจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง และนางสาวประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย ถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างเพื่อประกอบสำนวนคดี
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.ชาคริต ว่าจะเข้ามาจำลองเหตุการณ์ตามหลักฐานกล้องวงจรปิด ที่อดีตนายจ้างนำมาเปิดเผย พร้อมระบุว่า น้องก้อย และครอบครัวลักทรัพย์ของมีค่าไป โดยจะตรวจสอบและจำลองเหตุการณ์ตั้งแต่หน้าลิฟท์มายังประตูห้องที่เกิดเหตุ ก่อนจะกลับมายังลิฟต์อีกครั้ง ว่ามีพิรุธ หรือใช้ระยะเวลาเท่าใด ตรงกับกล้องวงจรปิดหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่นางไก่ มาแจ้งความดำเนินคดีกับลูกจ้างนั้น ใช้ชื่อจริงในการแจ้งว่า นางมณตา หยกรัตนกาญ
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีที่นางไก่ มาร้องทุกข์แจ้งดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างนั้น ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า พนักงานสอบสวน หรือตำรวจ สน.ประชาชื่น ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น เกื้อหนุนทางคดีกับผู้ใดอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย มีการสอบปากคำผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายก็นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานแสดงต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งลูกจ้างบางราย ก็มายืนยันและรับสารภาพ จึงถูกแจ้งข้อหา ก่อนนำสำนวนส่งฟ้องอัยการ ขณะที่ลูกจ้างบางราย ก็ไม่มาพบ หรือให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวน จึงถูกออกหมายจับ และหลบหนี เช่นกรณีของน้องก้อยและครอบครัว ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับ 2 หมาย และศาลเยาวชน 1 หมาย
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนคดีของนางสุกัญญา ศิริม่วง ที่อยู่ในเรือนจำและเป็นมารดาของน้องมีน นั้น ผู้เสียหายได้ระบุว่า มีพลเมืองดีโทรศัพท์มาบอกว่า จะคืนทรัพย์สินบางส่วน และเมื่อกลับมาถึงห้องพัก พบทรัพย์สินส่วนดังกล่าววางอยู่หน้าห้องพัก โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาคืน และก็ไม่มีภาพกล้องวงจรปิด ยืนยันว่า ใครนำมาคืนเช่นกัน โดยในส่วนทรัพย์สินที่ถูกนำมาคืนดังกล่าวนั้น ตำรวจได้ตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งศาลไปแล้ว โดยทางอดีตลูกจ้างรับสารภาพ และระบุว่า จะพยายามนำทรัพย์สินส่วนที่เหลือมาคืน
ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ยืนยันว่า นางไก่ ไม่ได้เป็นข้าราชการ และได้ทำการตรวจสอบถึงการเข้ารับเครื่องราชย์ ก็ไม่พบแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จำลองเหตุการณ์ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพแต่อย่างใด
หลังการจำลองเหตุการณ์เพียง 15 นาที พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า การจำลองเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า ระยะเวลาที่ออกจากลิฟต์ ไปยังหน้าห้องดังกล่าว และย้อนกลับมาเป็นระยะทางรวม 50 เมตร ใช้เวลา 1.30 นาที ซึ่งตรงกันกับภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ นั่นแสดงให้เห็นว่า ทางครอบครัวน้องก้อย ไม่มีเวลาเหลือที่จะเข้าไปภายในห้อง เพื่อนำเอาทรัพย์สินออกมาแต่อย่างใด
นอกจากนี้ในส่วนทรัพย์สินที่อดีตนายจ้าง อ้างว่า ครอบครัวน้องก้อย ลักขโมยไปเป็นทองคำแท่ง หนัก 400 บาท เงินสดอีก 3 ล้านบาท ซึ่งหากรวมเป็นหนักน้ำ จะพบว่าหนัก 10 กว่ากิโลกรัม แต่หากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ลักษณะการถือกระเป๋าเดินทางนั้น ดูมีน้ำหนักเบา จึงไม่น่าเป็นไปได้ เพราะหากมีน้ำหนัก 10 กว่ากิโลกรัมนั้น ผู้ขนน่าจะใช้วิธีลากกระเป๋ามากกว่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆเหล่านี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวม เพื่อนำส่งในชั้นศาลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ รวมถึงตำรวจเข้าไปจำลองเหตุการณ์นั้น พบหญิงวัยกลางคน 2-3 คน นำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพวีดีโอ ในทุกขั้นตอน พร้อมเดินทางบันทึกภาพผู้สื่อข่าวเป็นรายบุคคลด้วย





