วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ 2 โจ๋เย้ย ม.44 ยิงคู่อริต่างสถาบันบนรถเมล์

รวบแล้ว 2 โจ๋เย้ย ม.44 ยิงคู่อริต่างสถาบันบนรถเมล์ เจ็บ 4 ราย ย่านมีนบุรี-คุมตัวทำแผน

วันที่ 30 มิถุนายน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น. 3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงศ์ ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รองผกก.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.3 ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายณัฐพงษ์ หรือบอย สังข์ทอง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ซ.มอเตอร์เวย์ 18 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. และ นายภควัต หรือเป้ ตั๋นมา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ซ.ลาดกระบัง 46 แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. ทั้งคู่เป็นนักเรียนอาชีวะสถาบันแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ลูกซองสั้นจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 4 นัด รถจักรยานยนต์ยี่ฮ้อฮอนด้าเวฟ สีดำ จำนวน 1 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร2 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงไปบนรถประจำทางสาย 131 เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดจตุจักร 2 ถ.สีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน จากการสืบสวนทราบว่า นายณัฐพงษ์ และ นายภควัต เป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ออกติดตามกดดัน กระทั่งผู้ปกครองได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรีดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในวันเกิดเหตุนายณัฐพงษ์รับว่าเป็นคนนั่งซ้อนท้าย โดยมีนายภควัตเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาตามถนน เมื่อมาพบกลับกลุ่มนักเรียนคู่อริต่างสถาบันซึ่งโดยสารรถประจำทาง ได้มีการตะโกนด่าทอ และชูของลับให้กัน จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ติดตามไป เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุนายณัฐพงษ์ก็ชักอาวุธปืนยิงใส่เข้ากลุ่มคู่อริจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนพากันหลบหนีไป

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมีความกังวลใจอยู่ตลอด และได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงไปดูแลการกระทำของนักเรียนนักศึกษาก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ ไม่มั่นคง ทำให้เกิดอันตรายกับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่โดยสารรถประจำทาง หรือนั่งอยู่บริเวณป้ายรถประจำทาง เกิดเหตุขึ้นเมื่อไรก็ต้องมีผู้สูญเสียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต บางคนก็ไม่รู้เรื่องด้วยเป็นเพียงพี่น้องประชาชนทั่วไป โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้ประกาศ คสช.ออกมาเป็นคำสั่ง เพื่อวางมาตรการดูแลไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ไม่อยากให้สังคมได้รับผลกระทบกับนักเรียนทะเลาะกัน คำสั่งที่ออกมาจะครอบคลุมหมดเลยทั้งตัวผู้กระทำผิด ผู้ปกครอง สถานศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะเห็นเป็นมิติภาพรวมเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จะต้องออกหมาเรียกบุคคลที่มีความเชื่อมโยงตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้างว่ามีการปลูกฝังวัฒนธรรมผิดๆ นี้มาด้วย รวมทั้งขอให้ผู้ที่ขายปืนให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ต้องหาได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งจะต้องดำเนินการต่อไป อีกส่วนหนึ่งพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือเรียกผู้ปกครอง ซึ่งวันนี้(30 มิ.ย.)แม่ของนายณัฐพงษ์ และยายของนายภควัต ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกมาสอบปากคำว่า ได้ดูแลบุตรหลานอย่างไรบ้าง ปล่อยปละละเลยหรือไม่ รู้หรือไม่รู้ หากมีหลักฐานปรากฎชี้ชัดว่าผู้ปกครองรู้เห็นเป็นใจไม่มีการตักเตือน ผู้ปกครองก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่ดำเนินการตามประกาศของ คสช. ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการตามคำสั่งเพื่อป้องกันและบูรณาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการป้องกันตนได้สั่งการให้ทุกโรงพักลงพื้นที่ไปสำรวจนักเรียนนักเลงพร้อมทำประวัติ ต่อมาจะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษา ครู อาจารย์รวมทั้งผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลและตักเตือน นอกจากนี้เชิงรุกก็ได้ตั้งจุดตรวจจุดสะกัด รวมถึงการเข้าตรวจค้นโรงงาน โรงกลึง แหล่งที่จะสามารถผลิตอาวุธให้นักเรียนนักเลงเหล่านี้ และยังต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความหวาดระแวงระหว่างนักเรียนให้สิ่งเหล่านี้หมดไป

ขณะที่ นายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า หลังมีคำสั่งคสช. ที่ 30/2559 ก็ได้เรียกประชุมผู้บริหารสถานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมาประชุมทำความเข้าใจ ให้ไปประชุมคณะครู ก่อนเรียกผู้ปกครองมาประชุมร่วมกันซึ่งหลังมีคำสั่งออกมาก็ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปผู้ปกครอง สถานศึกษา นักเรียน และตำรวจ จะต้องช่วยกันเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ส่วนกรณีที่สถานศึกษาใดก็ตามไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะมีมาตรการให้สถานศึกษานั้นยุติการรับนักศึกษา เชื่อมั่นว่า 2 คดีนี้จะเป็น 2 คดีสุดท้ายเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้นอีก สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองมาร่วมรับรู้และช่วยเตือนบุตรหลานให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหา บอกว่า ตนรู้สึกผิด อยากขอโทษแม่ อยากให้กรณีของตนเป็นกรณีตัวอย่างให้นักเรียนพยายามประพฤติตัวให้ดี อย่าทำเหมือนตน สำหรับปืนที่ตนใช้ก่อเหตุได้ซื้อต่อมาในราคา 5,000 บาท ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุเพราะฝั่งตรงข้ามชูของลับให้ และท้าทายกัน จนเกิดความโมโห

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป