วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะวิธีป้องกันโจรบนเฟซฯ หลังปชช.เป็นเหยื่อหลอกโอนเงินอื้อ

ผู้การฯ ปอท. เผยช่วง3เดือน ประชาชนตกเป็นเหยื่อออนไลน์ หลอกโอนเงินจำนวนมาก แนะวิธีแก้ถูกขโมยพาสเวิร์ด-แฮ็กอีเมลล์

พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) กล่าวถึงภัยออนไลน์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาว่า  ปัจจุบันคนไทยโดนแฮ็กเฟสบุ๊คและอีเมล์เป็นจำนวนมากสร้างความเสียหาย โดยมีเหยื่อหลายรายถูกหลอกโอนเงินรวมแล้วกว่า 20 ล้านบาท  คนร้ายจะใช้วิธีการหลอกขโมยพาสเวิร์ด(PASSWORD) สำหรับแฮ็กเฟสบุ๊คนั้นมีด้วยกัน 3 วิธีคือ  1.การคาดเดาจากเลขวันเดือนปีเกิด หรือเบอร์โทรศัพท์ และเหยื่อการเดาพาสเวิร์ดมักเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากมักตั้งพาสเวิร์ดวัน เดือน ปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์เพื่อกันลืม ซึ่งเป็นการง่ายต่อการจดจำและง่ายต่อคนร้ายที่จะค้นหาข้อมูลได้ทางอินเตอร์เน็ต 

“ วิธีการที่ 2. สร้างหน้าเพจปลอมขึ้นมาใหม่แล้วแจ้งพาสเวิร์ดของท่านที่กำลังหมดอายุ หรือแจ้งว่ามีคนร้ายกำลังจะแฮ็ก เฟสบุ๊ค เพื่อความปลอดภัย ให้คลิกไปตามลิงค์ที่ให้มาเพื่อทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่ โดยเมื่อหลงกลคลิกไปตามลิงค์หน้าเพจปลอมนั้นก็จะทำให้เราใส่พาสเวิ์ร์ดใหม่  วิธีการที่ 3. คนร้ายจะปล่อยสปายแวร์เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่สปายแวร์นั้นจะทำลายระบบ และเข้าถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ทำให้คนร้ายรู้พาสเวิร์ดได้ทันที ” ผบก.ปอทงกล่าวและว่า 

สำหรับการแฮ็กเฟสบุ๊ค สิ่งที่สร้างความเสียหายคือ โจรจะสวมรอยเป็นเจ้าของเฟสบุ๊ค และส่งข้อความหาเพื่อนๆ ญาติๆว่า กำลังเดือดร้อน หรือต้องการใช้เงินด่วนให้โอนเงินไปให้ตามเลขที่บัญชีที่โจรให้มา ถ้าเกิดหลงเชื่อจะสูยเงินมากมาย อยากฝากเตือนประชาชน ห้ามตั้งพาสเวิร์ดเป็นหมายเลขข้างต้นเด็ดขาด งดข้อมูลพาสเวิร์ดในหน้าเพจที่ส่งมาหรือตามลิงค์ต่างๆ หากต้องการเปลี่ยนพาสเวิร์ด สิ่งที่ควรทำคือ การเข้าไปที่เว็ปไซต์ของเฟสบุ๊กโดยตรงเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลและท้ายสุดให้ไปตั้งค่าระบบความปลอดภัยของเฟสบุ๊ค ซึ่งได้มีรองรับและหากมีเพื่อนเฟสบุ๊คมาหาและบอกให้เราโอนเงินให้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ต้องโทรเช็คเจ้าตัวโดยตรงทุกครั้งว่า ข้อความที่ส่งมาเป็นของจริงหรือไม่

ผบก.ปอท. กล่าวถึงการแฮ็กอีเมลล์ว่า  ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเป็นบริษัทที่ต้องติดต่อซื้อขายกับต่างประเทศทางอีเมลล์ เมื่อแฮ็กเข้าอีเมล์แล้ว โจรจะเฝ้าดูการโต้ตอบอีเมล์อย่างใจเย็น  รอจนถึงเวลาที่สั่งสินค้า และโอนเงินค่าสินค้าไปให้บริษัทนั้น จังหวะนี้โจรจะสวมรอย ส่งอีเมล์มาแจ้งว่า บริษัทได้เปลี่ยนบัญชีรับโอนเงินเป็นบัญชีใหม่ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ บัญชีของโจรนั่นเอง สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องไปตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติมในกรณีนี้คือ ใส่รหัสพิเศษที่ทางผู้ให้บริการอีเมล์ เช่น จีเมลล์ ฮอทเมลล์ หรือยะฮูเมลล์ ส่งมาให้ทางมือถือทางเอสเอ็มเอส ใส่ควบคู่กับพาสเวิร์ด โดยรหัสนี้จะถูกส่งมายังมือถือเท่านั้น ทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าอีเมล์ของคุณได้ ซึ่งระบบความปลอดภัย 2 ชั้นแบบนี้ ค่ายอีเมล์ต่างๆมีให้ทุกคนได้ใช้ฟรี แค่สละเวลาเพียง 2-3 นาทีเพื่อการทำธุรกิจที่ปลอดภัย

" กรณีที่บริษัทที่เคยซื้อของกันเป็นประจำอยู่แล้ว ส่งอีเมล์มาแจ้งว่า บริษัทได้เปลี่ยนเลขที่บัญชีในการโอนเงินเป็นอีกบัญชีหนึ่ง แล้วบอกให้เราโอนเงินค่าสินค้าที่จะซื้อไปยังบัญชีใหม่แทนนั้น  ห้ามเชื่อเด็ดขาด ต้องได้รับการยืนยันทางโทรศัพท์ก่อน ถึงจะมั่นใจได้ว่า จะไม่ถูกหลอก เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าอีเมล์ที่ได้รับไม่ได้มาจากบริษัท แต่มาจากคนร้ายนั่นเอง ดังนั้นเพื่อป้องกันผู้ประกอบการจากการตกเป็นเหยื่ออีเมล์สแกม บก.ปอท.ขอแนะนำปรพชาชนด้วยขั้นตอนง่ายๆไม่ตกเป็นเหยื่อหลอกโอนเงิน " ผบก.ปอท. กล่าวย้ำและว่า 

ให้จดจำว่า ห้ามมึน คืออย่าเป็นเพียงผู้ใช้เพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจหาความรู้ในการป้องกันตัวเองเลย ประชาชนต้องคอยหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอทั้งในเรื่องการป้องกัน และอาชญากรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้น  ห้ามซื่อ เนื่องจากคนร้ายมีวิธีการหลอกลวงต่างๆมากมายเพราะฉะนั้นต้องหัดเป็นคนช่างสังเกตและไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เพราะแทบทุกสิ่งในโลกออนไลน์นั้นสามารถปลอมได้หมด และอย่าขี้เกียจ นั่นคือ ถ้าหากผู้ให้บริการต่างๆมีระบบความปลอดภัยอะไรมาให้ใช้ ต้องใช้ให้หมด อย่าขี้เกียจไปตั้งค่าความปลอดภัย ทั้งที่จริงแล้วใช้เวลาเพียงไม่เกิน5นาที ดีกว่าต้องเสียเงินมากมายให้คนร้ายไป