การหายตัวไปของแกนนำชาวบ้านที่ลุกมาต่อสู้ในสิทธิที่ดินทำกินหลายกรณี ล่าสุดเกิดขึ้นกับแกนนำชุมชนโคกยาวที่ชัยภูมิ 2 เดือนวันนี้ยังไร้ร่องรอย
16 มิถุนายนที่ผ่านมา ญาติ มิตร สหาย และ คนที่รักพ่อเด่น คำแหล้ แกนนำต่อสู้เรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินของชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ วัย 65 ปี หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อร่วมรำลึกการหายตัวไปของเขาครบ 2 เดือน หลังจากเมื่อหลังสงกรานต์ 16 เมษายน ที่ผ่านมาเขาไปหาของป่า โดยมีอุปกรณ์พกพาแค่ มีด น้ำหนึ่งขวด ย่าม และสุนัขคู่ใจ 2 ตัวคือเจ้าหมี และเจ้าเติ่งเท่านั้น
2 วันผ่านไป หลังจากพ่อเด่นหายตัว สุนัขทั้งสองตัวกลับมาบ้าน และขณะนี้มันก็ยังเฝ้ารอเจ้าของอยู่ที่บ้านหลังน้อยในป่าโคกยาว ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว โดยมีแม่สุภาพ คำแหล้ วัย 62 ปี เฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีทุกลมหายใจเช่นกัน
ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนบ้าน คนใกล้ชิด และคนรู้จัก พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ป่าไม้ ออกติดตามหาเขาตามจุดต่างๆ ที่คิดว่าพ่อเด่นจะเดินทางไป แต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไร มีเพียงร่องรอยที่พบในป่าบางจุด อย่างธูป ดอกไม้ ซากสัตว์ และจุดสุดท้ายบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหนองไรไก่มีการพบเศษกระดูกคล้ายกระดูกมนุษย์ และได้มีการส่งให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบว่า ‘ใช่กระดูกมนุษย์หรือไม่’ และหากเป็นกระดูกมนุษย์แล้วเป็นกระดูกของใคร เป็นของพ่อเด่น คำแหล้ คนที่พวกเขาตามหาหรือไม่
การหายตัวไปของพ่อเด่น คำแหล้นั้น นักพัฒนาที่ทำงานร่วมกันกับพ่อเด่นมาตลอด ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินอย่าง ปราโมทย์ ผลภิญโญ ซึ่งเคลื่อนไหวและเป็นที่ปรึกษาชาวบ้านในการเรียกร้องสิทธิกรณีที่ดินทำกินที่มักจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐบอกว่า ‘รุกป่า’มาตลอดการทำงานของเขา บอกว่า ตลอด 2 เดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันติดตามหามาตลอด โดยได้ตั้งสาเหตุการหายตัวไปเอาไว้ 3 สาเหตุคือ 1.หลงป่า 2.ภัยธรรมชาติสัตว์ป่าทำร้าย และ 3.การกระทำของมนุษย์ โดยการติดตามมีอุปสรรคปัญหาอยู่บ้างเพราะพื้นที่ที่พ่อเด่นอาศัยอยู่ อยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว การติดตามหาตัวหากจะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์ฯเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต หากจะเข้าไปจะต้องทำเรื่องขอจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียก่อน ทำให้การติดตามหาตัวชะงักไป
"เราได้ตัดประเด็นที่ 1 และ 2 ทิ้งไป เพราะพ่อเด่นอยู่กับป่า กินกับป่าและเป็นอดีตสหายเคลื่อนไหวอยู่แถบนี้หลับตาเดินป่ายังไม่หลง เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะหลงป่าและถูกสัตว์ทำร้าย เพราะฉะนั้นเหลือแต่ประเด็นที่ 3 นั่นคือการกระทำของมนุษย์ ซึ่งการเรียกร้องและลุกขึ้นมาต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินของพ่อเด่นนั้นเกี่ยวข้องกับคนอยู่ 3 กลุ่มคือ 1.เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2.ตำรวจ และ 3.ทหาร ซึ่งเป็นคนที่ชาวบ้านสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อเด่น”ปราโมทย์ เล่า ในเวทีบอกเล่าความคืบหน้าให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มาร่วมงานฟัง เพื่อจะได้ทำให้ทุกคนรับรู้ข้อมูลการหายตัวไปของพ่อเด่น
เขายังเล่าอีกว่า การดูจากอุปกรณ์ที่พ่อเด่นพกติดตัวไป บอกได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการไปไกล และการออกไปหาของป่าทุกครั้ง พ่อเด่นจะพกเอาอุปกรณ์ติดตัวไปแค่นี้ และจะต้องกลับมาก่อนเวลา 15.30 น.เพื่อเตรียมเอาของป่าที่หาได้ ให้แม่สุภาพประกอบอาหารนำไปขายยังตลาดทุ่งลุยลาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก
"ประเด็นเรื่องสัตว์ป่าทำร้ายนั้น เป็นเรื่องที่มาคิดวิเคราะห์กันอยู่ เพราะพ่อเด่นอาจจะเป็นลมเพราะแดดร้อน และอีกอย่างขาพ่อเด่นข้างหนึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่การปูพรมเดินค้นหาแบบเรียงหน้ากระดานคนกว่า 500 คน ระยะทาง 10 กิโลเมตรตอนที่พ่อเด่นหายตัวไปเมื่อวันที่ 23 เมษายนวันแรกๆ ก็ไม่พบร่อยรอยอะไร แต่พบหลักฐานบางอย่างซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับพ่อเด่นนั่นคือ กระสุนปืน เปล ธูป เทียน ดอกไม้ ยาเส้น หมวกไอ้โม่ง กลิ่นเหม็น แมลงวัน แต่กลิ่นเหม็นนั้นพอตามกลิ่นไปกลับพบว่าเป็นซากสัตว์ที่ตายกำลังเน่า ซึ่งจุดนี้มีการตรวจสอบ 2-3 รอบ แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะเชื่อมโยงไปหาพ่อเด่นได้”ปราโมทย์ ลำดับเหตุการณ์ให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่มารอฟังข่าวได้รับรู้
นอกจากนั้นเขายังบอกว่า หลังพ่อเด่นหายตัวไป มีข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับพ่อเด่นออกมาต่างๆ นานา ทั้งบอกว่าพ่อเด่นหนีคดี เพราะพ่อเด่นถูกดำเนินคดีกรณีพิพาทที่ดินทำกินและรอศาลฏีกาพิพากษาอยู่ เพราะที่ดินป่าโคกยาวที่พ่อเด่นกับสมาชิกอาศัยอยู่นี้ ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและรัฐบาลชุดนี้ได้ติดป้ายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ย้ายออกจากที่ดินแปลงนี้ภายใน 15 วันตามมาตรการทวงคืนผืนป่า ซึ่งชาวบ้านได้เดินหน้าขอความเป็นธรรมจนกระทั่งมีคำสั่งชะลอการบังคับออกจากป่าเอาไว้ก่อน แต่พอปี 2558 ก็มีการขับไล่ออกอีก อ้างว่าป่าโคกยาวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ จะมีการย้ายชาวบ้านออกไปรวมกับชุมชนบ่อแก้ว ที่อ.คอนสาร โดยรัฐจะจัดสรรที่ดินทำกินแบบแปลงรวมให้รูปแบบคล้ายระบบสหกรณ์ แต่ชาวบ้านขออยู่ต่อและยืนยันอยากจะให้รัฐจัดสรรที่ดินให้แบบโฉนดชุมชนไม่เอาแบบที่ดินแปลงรวม
"ถึงวันนี้พ่อเด่นคืออีกหนึ่งคนที่ถูกบังคับให้สูญหาย คล้ายๆ กับแกนนำเกษตรกร แกนนำชุมชนที่ถูกอุ้มหายมาก่อนหน้านี้ รัฐควรจะมีมาตรการทางกฎหมายออกมาคุ้มครอง การลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของพวกเขา และความเป็นธรรมที่ควรจะเกิดขึ้น”ปราโมทย์ บอก
การหายตัวไปของพ่อเด่นนั้น มีการรับรู้ในวงกว้าง เพราะภรรยาและชาวบ้านได้เดินทางเข้าไปพบกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะ อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่หายตัวไปเช่นกัน และเธอเองก็มาลงพื้นที่เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่และให้กำลังใจแม่สุภาพ คำแหล้ ภรรยาของพ่อเด่นที่ชุมชนโคกยาวเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา
นอกจากนั้นทางสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ก็ได้ติดตามเรื่องนี้เช่นกัน โดยมีการรับรู้ข้อมูลการหายตัวไปของพ่อเด่นและเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมรับฟังข้อมูลและติดตามข้อมูลล่าสุดในการติดตามหาตัวพ่อเด่นด้วย
"เรื่องการหายตัวไปของพ่อเด่น เราติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะพ่อเด่นเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ออกมาเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน และทางยูเอ็นได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ให้ตรวจสอบสถานะการหายตัวไปของพ่อเด่นและให้คุ้มครองคนในชุมชนไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก สิ่งที่เกิดในชุมชนไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว แต่เคยเกิดกรณีแบบนี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีบิลลี่ ที่แก่งกระจาน ซึ่งการมาในครั้งนี้คือมาติดตามความคืบหน้าในการตามหา และมาให้กำลังใจครอบครัวพ่อเด่นด้วย”ปกป้อง ลาวัลย์ศิริ ตัวแทนจากยูเอ็น บอกเล่าต่อหน้าทุกคนที่รอฟังข่าว
ส่วนเพื่อนทางไกลที่เดินทางมาจากภาคใต้ เพื่อเยี่ยมยาม ถามข่าว และให้กำลังใจอย่าง ประทีป ระฆังทอง จากองค์กรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้และชุมชนคลองไทร จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่า ปัญหาของคลองไทรคือที่ดินถูกนายทุนบุกรุกเมื่อปี 2546 และมีการจัดสรรที่ดินทำกินไม่เป็นธรรม การต่อสู้ของภาคประชาชนเกิดขึ้น เพราะลุกมาทวงสิทธิในที่ดินทำกิน คนจนลุกสู้หลายครั้งเพราะไม่มีการแบ่งปันที่เป็นธรรม หากมีการแบ่งปันที่ถูกต้องเป็นธรรมปัญหาจะไม่เกิด
"วันนี้เราเดินทางมาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนในพื้นที่ ให้มีกำลังใจต่อสู้ เพราะตระหนักถึงจิตสำนึกคนจนให้ต่อสู้ต่อไปเพื่อความเป็นธรรม”ประทีป บอก
เช่นกันกับ หมอชาติ หรือ สหายชาติ อดีตสหายแถบงานพื้นภูซาง หนองบัวลำภู ที่มาระลึกถึงสหายดาว หรือ พ่อเด่น คำแหล้ ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวด้วยกันในยุคบ้านเมืองอึมครึมเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน มาพูดบอกเล่าการทำงานเพื่ออุดมการณ์และเพื่อคนจนของพ่อเด่นเช่นกัน และมั่นใจว่า ในวันนี้คงไม่เหลือลมหายใจของพ่อเด่นแน่นอน เพราะหากยังมีชีวิตอยู่คงกลับมาแล้ว
"เด่น เป็นกรณีตัวอย่างหนึ่งในหลายๆ กรณีที่ผ่านมา เรามาวันนี้เรามาเรียกร้องความเป็นธรรม ทำลายความแตกต่างระหว่างชนชั้น เพื่อมาปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ ขูดรีด ไม่เช่นนั้นคนจนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องจะต้องถูกอุ้ม ถูกคุกคามสารพัดเช่นเคย รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้เรื่องสิทธิประชาชนหลายฉบับแต่ไม่เคยถูกนำไปปฏิบัติเราจะฝากความหวังกับกลไกรัฐไม่ได้ คนจนจะต้องลุกมาทวงหาความชอบธรรมด้วยตัวเอง และหากเราไปพบเจอกระดูกของสหายดาวที่ไหนเรายินดีจะรับเอาไปไว้ในสถูปที่ภูซางที่หนองบัวลำภูรวมกับพี่น้องสหายคนอื่นๆ ด้วย”สหายชาติ บอกเล่า
ส่วนความคืบหน้าทางคดีที่มีตำรวจสภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ดูแลอยู่นั้นในวันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก เพราะการติดตามหายังไม่พบหลักฐานอะไรสำคัญที่จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงการติดตามหาตัวพ่อเด่นได้ จึงต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ตำรวจก็บอกว่ายังต้องมีการอัพเดทข้อมูลทุกๆ 15 วันเพื่อให้การติดตามคดีสัมฤทธิ์ผล
ส่วนคำพูดที่พอจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้ ของคนที่เฝ้ารอการกลับมาของพ่อเด่นทุกลมหายใจอย่าง แม่สุภาพ คำแหล้ ภรรยาที่อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกันทุกวัน พูดเพียงสั้นๆ ว่า ถึงวันนี้ทำใจกับการจากไปของพ่อเด่นแล้ว ไม่ว่าจะเจอพ่อเด่นในสภาพไหน แม่สุภาพรับได้ทั้งหมด เพราะ 2 เดือนที่หายไป มันนานจนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่การไม่เห็น ไม่พบเบาะแส มันทรมานมากกว่า แต่หากพบ หากเจอ ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ หรือไม่มีชีวิต เธอรับได้ทั้งนั้น
"ขอให้เจอ เจอแบบไหนก็ได้ ขอได้เจอเถอะ ขอให้ได้ข่าวเถอะ เพราะตอนนี้ทรมานเหลือเกิน นอนรอเขาทุกวัน อยากให้เขาเดินกลับมาแล้วบอกว่ากลับมาแล้ว ทุกวันนี้แม่ยังนอนอยู่บ้านนี้ ในป่าโคกยาวทุกวัน นอนคนเดียว รอพ่อเขากลับมา ถามว่ากลัวไหม ตอบเลยว่า ไม่กลัวเพราะเราอยู่ที่นี่กันมานาน อยู่กันจนชินแล้ว วันนี้ความหวังเดียวของแม่คืออยากให้เขากลับมา ในสภาพไหนก็ได้ แม่รับได้หมด แต่ขอให้กลับมาเถอะ”แม่สุภาพบอกเล่า ในวันที่น้ำใจจากมิตรสหายหลั่งไหลมาหา ท่ามกลางอ้อมกอดอุ่นของหลายคนที่เข้ามากอดปลอบประโลม แต่สำหรับแม่สุภาพแล้ว อ้อมกอดเหล่านั้นคงไม่สามารถทดแทนอ้อมกอดของพ่อเด่นได้ ที่ป่าโคกยาว มีชาวบ้านหาย รัฐรู้ยัง.





