ตั้งแล้ว!กก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงครูสวนกุหลาบ

ตั้งแล้ว!กก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงครูสวนกุหลาบ

“การุณ”เผยผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบฯ ตั้งกก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง "สาโรจน์" หลังผลสืบข้อเท็จจริงพบมีมูล

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีนายสาโรจน์ มีไผ่ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สารภาพโพสต์คลิปมีเพศสัมพันธุ์และมีการซื้อบริการทางเพศ และเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้รายงานผลการสืบหาข้อเท็จจริง พบว่า มีมูลทั้งในกรณีนายสาโรจน์ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์คลิป ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในส่วนของการล่วงละเมิดทางเพศนั้น จำเป็นจะต้องสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมเพราะขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นนักเรียนจริงหรือไม่

ทั้งนี้ กรณีพบว่าเป็นนักเรียนจริงหรือแม้จะเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 94ของพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ระบุว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วการกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิด ลหุโทษ หรือกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

นายการุณ กล่าวต่อว่าขณะนี้ นายวิฑูยร์ วงศ์อิน ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้ลงนามในคำสั่งโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ 1/2559 เรื่อง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายสาโรจน์ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งกรรมการเป็นบุคคลากรภายในโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดและไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตนจะส่งคณะทำงานไปติดตามการดำเนินการของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรณีนี้พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำชับให้ สพฐ.ติดตามและดำเนินการให้เด็ดขาด เพราะต้องการให้เป็นกรณีตัวอย่างให้แก่ครูคนอื่น ๆ ด้วย 

ด้าน ว่าที่ร.ต.อานนท์ สุขภาคกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 1 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรณี นายสาโรจน์ คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จะต้องนำผลสรุปของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในส่วนที่มีการโพสต์คลิป ผลการสืบสวนเรื่องขรรยาบรรณวิชาชีพ ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาและลงโทษ ซึ่งโทษสูงสุดของการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง คือ ปลดออก และ ไล่ออก อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและสรุปผลโดย เร็วที่สุด 

ขณะที่ ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตนได้เสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) รับทราบการสั่งพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของ นายสาโรจน์ ข้อบังคับ คุรุสภาว่าด้วยการ พิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ขณะเดียวกัน วันนี้คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพ ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ลงพื้นที่ไปยัง สพม.1 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับนายสาโรจน์ด้วย ซึ่งตนได้กำชับให้สรุปรายงานผลภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอไปยัง กมว.พิจารณาต่อไป