อิตาลีใช้ความเก๋าเอาชนะเบลเยี่ยม 2-0 และคู่สวีเดนเสมอไอร์แลนด์1-1 ในศึกยูโร 2016 รอบแรกกลุ่ม อี เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.
ศึกยูโร 2016 รอบแรกกลุ่ม อี เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. "ปีศาจแดง" เบลเยี่ยม ทีมดาวรุ่งลงสนามนัดแรกกับ "อัซซูรี" อิตาลี ทีมจอมเก๋าแชมป์ 1 สมัย ที่สนามสต๊าด เดอ ลียง โดยเกมนี้ เบลเยี่ยม ของกุนซือ มาร์ค วิลมอทส์ หวังจะเอาชนะ อิตาลี ให้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี ส่งทีมชุดใหญ่ลงกันครบในระบบ 4-2-3-1 ขณะที่ อิตาลี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ เล่น 3-5-2 ตามถนัดเน้นเรื่องความเก๋าเพราะผู้เล่น 11 คนแรก มีอายุเฉลี่ย 31 ปี 169 วัน มากที่สุดในยูโร 2016
เริ่มเกมได้ 10 นาทีเป็น เบลเยี่ยม ที่มีลุ้นก่อนจากการยิงไกลของ รัดยา เนียงโกลัน ทำให้ จิอันลุยจิ บุฟฟอน ต้องพุ่งปัดออกหลังไป จากนั้นเป็น เบลเยี่ยม ที่ครองบอลบุกได้มากกว่า ขณะที่ อิตาลี เน้นเกมรับเหนียวแน่น รอโอกาสในการโต้กลับ
จนนาทีที่ 32 อิตาลี ชิงจังหวะเกมยิงประตูออกนำไปได้ก่อนเมื่อ เลโอนาร์โด โบนุชชี วางบอลยาวข้างแผงหลังเบลเยี่ยมให้ เอมมานูเอเล จัคเครินี ดึงบอลลงก่อนยิงผ่าน ติบัวต์ กูตัวส์ เข้าไปเป็น 1-0 จากนั้น 3 นาที อิตาลี มีลุ้นต่อเนื่อง อันโตนิโอ คันเดรวา สับไกยิง แต่คราวนี้ กูตัวส์ ปัดออกไปได้ ตามด้วยโอกาสของ กราเซียโน เปลเล ที่โหม่งหลุดเสาซ้ายมือไปแบบได้ลุ้น จบครึ่งแรกเป็น อิตาลี ที่นำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังนาที 53 เบลเยี่ยม ได้โอกาสทองในการตีเสมอ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลให้ โรเมลู ลูคาคู หลุดเดี่ยวไปยิงแต่เฉี่ยวกรอบอย่างน่าเสียดาย และนาทีต่อมา อิตาลี เกือบได้ประตูเพิ่มเช่นกันจากการโหม่งของ เปลเล แต่ กูร์ตัวส์ เซฟไว้หวุดหวิด
ช่วงเวลาที่เหลือของเกม เบลเยี่ยม พยายามใช้ความสดบดใส่จน อิตาลี ถอยไปตั้งรับเกือบตลอด แต่ต้องรอถึงนาทีที่ 82 จึงมีโอกาสลุ้นอีกครั้ง เดอ บรอยน์ เปิดบอลให้ ดิวอค โอริกี ตัวสำรองโหม่งจากระยะไม่กี่หลาแต่หลุดข้ามคานไป ขณะที่ อิตาลี ก็เกือบได้เพิ่มนาทีที่ 84 ชิโร อิมโมบิเล ตัวสำรองสับไกยิงเต็มๆ กูร์ตัวส์ ใช้มือเดียวปัดออกไปแบบจวนเจียน แต่ช่วงทดเจ็บ อิตาลี มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจากเกมโต้กลับ อันโตนิโอ คันเดรวา เปิดให้ เปลเล วอลเล่เข้าไปเต็มๆ
จบเกม อิตาลี เฉือนชนะไป 2-0 คว้า 3 แต้มเป็นทีมนำกลุ่ม ตามด้วย สวีเดน กับ ไอร์แลนด์ มี 1 แต้ม และ เบลเยี่ยม ไม่มีแต้ม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เบลเยี่ยม - ติบัวต์ กูร์ตัวส์, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, โธมัส แฟร์มาเลน, รัดยา เนียงโกลัน (ดรีส เมอร์เทนส์ 62), แยน แฟร์ทองเก้น, อักเซิล วิทเซิล, เควิน เดอ บรอยน์, มารูยาน เฟลไลนี, โรเมลู ลูคาคู (ดิวอค โอริกี 73), เอดอง อาซาร์, โลรองต์ ซิมอง (ยานนิก การ์ราสโซ 76)
อิตาลี - จิอันลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลลินี, มัตเตโอ ดาร์เมียน (มัตเตีย เดชีโญ 58), อันโตนิโอ คันเดรวา, กราเซียโน เปลเล, อันเดรีย บาร์ซาญี, ดานิเอเล เดรอสซี (ติอาโก มอตตา 78), เอแดร์ (ชิโร อิมโมบิเล 75), มาร์โก ปาโรโล, เลโอนาร์โด โบนุชชี, เอมมานูเอเล จัคเครินี
สวีเดน ต้องไล่ตีเสมอ "ยักษเขียว" ไอร์แลนด์ 1-1
ศึกยูโร 2016 รอบแรกกลุ่ม อี ที่สนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ ลงสนามพบกับ "ไวกิ้ง" สวีเดน โดยทั้งสองทีมต่างใช้ระบบกองหน้าคู่ด้วยกันทั้งสองทีม ไอร์แลนด์ ใช้ เชน ลอง คู่กับ โจนาธาน วอลเตอร์ส ขณะที่ สวีเดน ใช้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คู่กับ โจนาธาน วอลเตอร์ส
เกมในช่วงครึ่งแรกเป็น ไอร์แลนด์ ที่มีลุ้นมากกว่า โอกาสที่ใกล้เคียงกับการได้ลุ้นประตูเป็นของ เจฟฟ์ เฮนดริก ที่ยิงไกลทั้งสองครั้ง ครั้งแรกนาทีที่ 7 อันเดรียส์ อีซัคส์สัน ปัดออกไปได้ และอีกครั้งนาทีที่ 32 บอลไปชนคาน ขณะที่ สวีเดน ยังไม่มีจังหวะจะๆจบครึ่งแรกจึงเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นนาทีแรก เฮนทริก ได้แตะบอลไปยิงที่กรอบเขตโทษ แต่ อีซัคส์สัน พุ่งรับไว้ได้ แต่นาทีที่ 48 ไอร์แลนด์ มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ เซมุส โคลแมน ลากบอลถึงเส้นหลังทางขวาก่อนเปิดเข้ามากลาง เวส ฮูลาฮาน วิ่งเข้าวอลเล่เข้าทางเสาแรกเป็น 1-0
นาทีที่ 60 สวีเดน พลาดโอกาสตีเสมอ มาร์ติน โอลส์สัน ผ่านบอลจากทางซ้ายให้ อิบราฮิโมวิช เอียงตัวยิงที่หน้าประตูแต่หลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ แต่นาทีที่ 71 สวีเดน ตามตีเสมอได้สำเร็จ อิบราฮิโมวิช หลุดถึงเส้นหลังทางซ้ายก่อนผ่านมาหน้าประตู คีแรน คล้าร์ก โหม่งสกัดพลาดเข้าประตูตัวเองเป็น 1-1
จบเกมจึงต้องแบ่งกันทีมละแต้ม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ไอร์แลนด์ - ดาร์เรน แรนดอล์ฟ, เซมุส โคลแมน, คีแรน คล้าร์ก, จอห์น โอเชีย, เกล็น วีแลน, เจมส์ แม็คคาร์ธี (ไอเดน แม็คกีดี 85) , เชน ลอง, เจฟฟ์ เฮนดริก, โจนาธาน วอลเตอร์ส (เจมส์ แม็คเคลน 64), ร็อบบี เบรดี, เวส ฮูลาฮาน (ร็อบบี คีน 78)
สวีเดน - อันเดรียส์ อีซัคส์สัน, มิคาเอล ลุสติก (เอริค โยฮันส์สัน 45), อันเดรียส, แกรนควิสต์, มาร์ติน โอลส์สัน, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, คิม คัลล์สตรอม, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, มาร์คุส เบิร์ก (จอห์น กุยเดตติ 59), วิคเตอร์ ลินเดลอฟ, ออสการ์ เลวิชกี (อัลบิน เอคดัล 86)




