วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กมธ.สปท.'เสนอใช้ระบบ 70:30 แต่งตั้งตร.ระดับสารวัตร-ผบ.ตร.

“สปท.”เตรียมพิจารณาแต่งตั้ง ตร. โละการใช้ดุลพินิจ หันมายึดเกณฑ์อาวุโส 70 % ผลงาน 30 % ระดับสารวัตรถึงผู้บัญชาการ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสปท.ในฐานะโฆษกสปท. กล่าวว่าในการประชุมสปท.วันที่ 13 มิ.ย.นี้จะมีการพิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเรื่องการวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาทุกยุคทุกสมัย เพราะกฎเกณฑ์เปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชามากกว่ายึดถือหลักอาวุโส ทำให้เกิดการแทรกแซงทางการเมืองที่อาศัยตำรวจเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์และเข้าสู่อำนาจทางการเมืองโดยมิชอบ หรือถ้ามีอำนาจทางการเมืองอยู่แล้วก็ใช้อำนาจของตำรวจในการรักษาอำนาจการเมืองไว้ รายงานฉบับนี้จังถือเป็นการปฏิรูปตำรวจ 1 ใน 9 เรื่องที่สำคัญมาก

"หลักการที่เสนอคือในการแต่งตั้งตำรวจตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปจนถึงระดับผู้บัญชาการให้พิจารณาเรียงลำดับตามบัญชีอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถและความประพฤติไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของตำแหน่งที่ว่าง ส่วนอีกร้อยละ 30 หากมีเหตุผลความจำเป็นให้พิจารณาข้ามลำดับอาวุโสได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากก.ตร."

โฆษกสปท.กล่าวว่าบัญชีอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถและความประพฤตินั้น โดยชื่อก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ยึดหลักอาวุโสอย่างเดียว เพราะผู้ใดถูกลงโทษทางวินัยให้ลดอาวุโสในบัญชีลง 1 ปี และผู้ใดมีความรู้ความสามารถเป็นพิเศษหรือมีความดีความชอบในการปฏิบัติหน้าที่ก็กำหนดให้มีกฎเกณฑ์ที่เปิดเผยและโปร่งใสในการพิจารณาของคณะกรรมการระดับกองบัญชาการให้สามารถเพิ่มอาวุโสให้ผู้นั้นได้ 1 ปี โดยการเพิ่มอาวุโสให้ผู้มีความดีความชอบในแต่ละหน่วยให้มีจำนวนจำกัดเพียงไม่เกินร้อยละ 20 เท่านั้น

ส่วนในการแต่งตั้งระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป คณะกรรมาธิการฯเสนอให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสในบัญชีอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถและความประพฤติเพียงสถานเดียว เพราะถือว่าเป็นบัญชีที่มีระบบถ่วงน้ำหนักระหว่างอาวุโสกับความรู้ความสามารถและความประพฤติไว้เหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯยังมีจ่อเสนอประกอบอื่น ๆ อาทิ เกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับเดียวกัน การกำหนดชั้นของกองบัญชาการ กองบังคับการ และสถานีตำรวจ รวมทั้งการปรับปรุงก.ตร. โดยมีการเสนอแนวทางในการยกร่างกฎก.ตร.ประกอบรายงานกรรมาธิการมาด้วย

"ข้อเสนอของกรรมาธิการถือว่าสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับรอลงประชามติมาตรา 258 ง. (4) ที่กำหนดให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน เพื่อให้ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน"