วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอาจริง! จ่อใช้ม.44 เคลียร์ปัญหาเรื้อรังอุดมศึกษา

“ดาว์พงษ์” เอาจริง! จัดการปัญหาธรรมภิบาลในอุดมศึกษา ลั่นมหาวิทยาลัยใดมีปัญหาก็ต้องปรับตัว

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาในอุดมศึกษาที่อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับฝ่ายกฎหมายหาแนวทางว่าจะใช้กฎหมายปกติเข้ามาแก้ไข หากไม่ได้ก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขปัญหา ว่า ขณะนี้ยังดูรายละเอียดต่าง ๆ อยู่ ซึ่งอาจจะใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 หรืออาจจะออกเป็นมาตรการเพื่อกำกับดูแลก็เป็นได้ ซึ่งจะมุ่งให้เกิดประโยชน์ในภาพรวม กำกับดูแลให้ดำเนินการบริหารต่าง ๆ เป็นไปอย่างที่ถูกที่ควร ไม่ใช่เพื่อมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัยใดที่ทำดีอยู่แล้วคงไม่ต้องปรับตัวอะไรทั้งสิ้น ยกเว้นมหาวิทยาลัยที่อาจจะมีปัญหาในการบริหารจัดการก็อาจจะต้องปรับตัวเอง

ขณะที่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ.กล่าวว่า ปัญหาของอุดมศึกษาเป็นปัญหาเรื้อรั้งมานาน ทั้งการเปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาและรับนักศึกษาจำนวนมากโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ จนทำให้บัณฑิตปริญญาโทและปริญญาเอกล้นตลาด แต่ปัญหาทั้งหมดคงโทษใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ รวมไปถึงปัญหาธรรมาภิบาล ซึ่งระบบที่มีอยู่ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ยกร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.. หวังให้มาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ แต่กลับมีแรงต่อต้านจากมหาวิทยาลัยบางส่วนที่มองว่าใช้กฎหมายเข้ามาควบคุมมากเกินไป อย่างไรก็ตาม หากจะมีการใช้กฎหมายพิเศษ ม.44 นั้น ก็เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาล ดูแลเฉพาะปัญหาที่เรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาเท่านั้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยที่ปฎิบัติดีไม่ต้องกังวล

"การใช้กฎหมายพิเศษ 44 นั้น จะครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน ซึ่งมหาวิทยาลัยรัฐ จะเข้าไปดูปัญหาที่หลายแห่งค้างมานาน อาทิ ปัญหาการสรรหาอธิการบดี ส่วนที่เกี่ยวกับกรรมการสภา ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากมีพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ก็อาจจะนำมาใช้ควบคู่กัน”ปลัด ศธ.กล่าวและว่า ส่วน กรณีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ที่กรรมการคุรุสภามีมติไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ให้แก่นักศึกษา จำนวน 2,500 คน เนื่องจาก มกธ.ขออนุญาตเปิดหลักสูตรกับสกอ.500 คน แต่รับสมัครนักศึกษา จำนวน 2,000 คน ซึ่งเท่ากับว่าการผลิตบัณฑิตไม่ตรงกับการขอเปิดหลักสูตรและยังไม่มีคุณภาพด้วย อาจเป็นไปได้ว่าถ้ามีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ก็จะเป็นหนึ่งหลักสูตรที่ต้องเข้าไปดำเนินการ