วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ'ลงพื้นที่เกาะนาคาน้อย เก็บข้อมูลเพิ่ม

"ดีเอสไอ" ลงพื้นที่เกาะนาคาน้อย เก็บข้อมูลเพิ่มเตรียมเสนอเป็นคดีพิเศษ ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559  พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ และนางชญาทิตย์ จิตรหลัง ยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต นำสื่อมวลชนตรวจสอบพื้นที่เกาะนาคาน้อย ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทำการเก็บข้อมูลสภาพพื้นที่เกาะนาคาน้อยเพิ่มเติม กรณีมีผู้ร้องเรียนว่า เอกสารสิทธิ น.ส.3 ก เลขที่ 3977 ซึ่งเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง ออกโดยมิชอบ ประกอบกับคณะกรรมการสอบสวน เพื่อเพิกถอนตามมาตรา 61 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ได้เสนอให้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิดังกล่าวแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ ในการรับเอาคดีออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เลขที่3977 ดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ โดยการดูแลความเรียบร้อยของทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งในระหว่างที่นำเรือวนรอบเกาะ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแปลงที่ดินของบริษัท ภูเขาหกลูก จำกัด พบมีคนงานนำเรือหางยาวนำต้นไม้ชนิดหนึ่งคล้ายต้นปาล์มจำนวนหนึ่งลงมาจากเรือหางยาว มาวางไว้อยู่บริเวณริมชายหาดซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ดังกล่าวท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า การลงตรวจสอบพื้นที่ครั้งนี้ เป็นกรณีที่พนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบและจัดเตรียมข้อมูลขั้นสุดท้ายก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อเสนอให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ซึ่งต้องบอกว่าประเด็นในเรื่องนี้มีความละเอียดพอสมควร เนื่องจากมีคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย และต่างก็น้องเข้ามาทั้งมองฝ่าย ยืนยันว่าในการทำงานนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะต่างก็มีพยานที่นำมายืนยัน แต่สิ่งที่จะเป็นเรื่องชี้ขาด ได้แก่ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศตามปีพ.ศ.ที่มีการอ้างว่าเข้าทำประโยชน์ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาพถ่ายในปี 2510 แต่จากพยานหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่มีอยู่ในเบื้องต้น พบว่า ที่ดินแปลงนี้น่าจะมีปัญหา เนื่องจากการอ่านแปลภาพถ่ายพบว่า ไม่น่าจะมีการทำประโยชน์ ส่วนทางกายภาพที่มองเห็นมีลักษณะเป็นป่าและเขา ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ส่วนการเข้าทำประโยชน์ในแปลงที่ดินซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้นก็ได้มีการประสานไปทางฝ่ายปกครองแล้วว่า ขอให้แจ้งทางผู้ครอบครองให้ระงับการก่อสร้างใดๆ ไว้ก่อน ส่วนทางผู้ครอบครองจะดำเนินการอะไรหรือไม่อย่างไร ก็ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่

“ประเด็นความสำเร็จในการนำเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษนั้น จะต้องมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำเร็จได้ เพราะทางเจ้าพนักงานที่ดิน สาขาถลาง ได้มอบ ส.ค.1 ต้นฉบับมาให้ ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่สำคัญมาก จากที่ได้รับรายงาน แจ้งว่า เมื่อมองด้วยสายตาพบว่ามีร่องรอยอะไรบ้างอย่าง ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในการตรวจสอบและขอความร่วมมือทำงานเชิงบูรณาการกับสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือกับทาง กอ.รมน.จังหวัดในการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะยึดถือปฏิบัติกันต่อไป เทียบเคียงกับกรณีประสบความสำเร็จในการบังคับใช้กฎหมายจนกระทั่งศาลพิพากษาคดีบุกรุกที่ดินอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ซึ่งพิพากษาให้ผู้บุกรุกได้รับโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมทั้งคดีที่รับเป็นคดีพิเศษอีก 10 คดี นอกจากการอ่านแปลภาพถ่ายแล้ว ยังมีเรื่องของการปลอมเอกสาร ซึ่งกรณีของอุทยานฯ สิรินาถค่อนข้างชัด มีระดับการปลอมจาก 1-7 และจากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่าความเข้มข้นของการปลอมอยู่ในระดับ 7 และทางเจ้าหน้าที่จะนำกระบวนการดังกล่าวมาใช้ในการตรวจพิสูจน์กรณีนี้เช่นกัน”

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวด้วยว่า ในการลงพื้นที่วันนี้พบหลักฐานบางอย่างที่จะนำไปประกอบการพิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้บอกว่าอะไรผิดหรือถูก เพียงจะเอาไปประกอบการพิจารณา ซึ่งต้องบอกว่าการนำหลักฐานไปนำเสนอต่อคณะกรรมการพิเศษ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งก่อนนำเสนอต้องมีการกลั่นกรองแล้วระดับหนึ่งว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ เพราะหากหลักฐานไม่เพียงพอทางคณะกรรมการฯ ก็จะไม่พิจารณา จึงต้องมีกระบวนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทางด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของที่ดินที่มีข้อพิพาททั้งสองแปลงนั้น กรณีของครอบครัวหิรัญพฤกษ์นั้น พบว่ามีการออกเอกสารในปี 2518 ซึ่งขณะนี้กฎหมายยังเปิดช่องให้สามารถใช้การทำประโยชน์ในที่ดินก่อนปี 2497 โดยไม่มีหลักฐานเดิมสามารถออกเอกสารสิทธิได้ คงต้องไปดูว่า มีส่วนที่เกินไปหรือไม่อย่างไร แต่ทราบว่าทางนายอำเภอสมัยนั้นได้ตัดพื้นที่บนเขาออกไปแล้ว ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไป แต่ส่วนของพื้นที่แปลงเกิดเหตุ มีความชัดเจนด้านพยานหลักฐานทั้งทางด้านกายภาพที่เห็นส่วนหนึ่ง และ สค.1 บิน ซึ่งกรมที่ดินได้ตรวจสอบแล้วว่าแปลงจริง เป็น น.ส.3 ก รวมทั้งได้มีการตั้งกรรมการตามมาตรา 61 ซึ่งได้มีการเสนอให้เพิกถอนเอกสารสิทธิดังกล่าวแล้ว จึงมีความชัดเจนพอสมควรในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ในการดำเนินการทุกอย่างเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งกรณีแปลงที่ดินของครอบครัวหิรัญพฤกษ์นั้นก็ตรวจสอบเช่นกัน ซึ่งจะมีประเด็นข้อกฎหมายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุที่แตกต่างกัน ซึ่งในช่วงการออกเอกสารของครอบครัวหิรัญพฤกษ์นั้นกฎหมายเปิดช่องให้ออกได้ แต่ปัจจุบันในพื้นที่เกาะและสภาพพื้นที่เป็นภูเขามีกฎหมายที่แก้ไขซึ่งแปลงเกิดเหตุเกิดเมื่อปี 2557 และเป็นช่วงที่มีการแก้กฎหมาย จึงต้องมีการเปรียบเทียบข้อกฎหมายในแต่ละช่วง ดังนั้นข้อเท็จจริงในการตรวจสอบจึงแตกต่างกันในช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุและข้อกฎหมายในช่วงนั้น” พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว