กระทรวงเกษตรฯ ชี้แม้เข้าสู่ฤดูฝนแต่ฝนตกไม่มากนัก ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนอยู่ในเกณฑ์น้อย ขอให้ฝนตกลงมามากกว่านี้ จึงค่อยลงมือเพาะปลูก
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้วันที่ 18 พ.ค. 59 เป็นวันเริ่มต้นฤดูฝน ปี 2559 อย่างเป็นทางการนั้น ขณะนี้มีปริมาณฝนสะสมรายภาค (1–29 พ.ค. 59) ทั่วทุกภาคมีปริมาณฝนตก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันตก) และเมื่อเทียบกับปี 58 ทั่วทุกภาคจะมีปริมาณฝนตกสูงกว่าปี58 (ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออก)
ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 31,255 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็นร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 7,814 ล้านลูกบาศก์เมตร หากเปรียบเทียบกับปี 2558 ที่ผ่านมา ณ วันเดียวกันจะเห็นว่าในปีนี้มีปริมาณน้ำน้อยกว่าประมาณ 2,641 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้เขื่อนขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 39,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ เก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกลงมาและไม่กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน พร้อมกันนี้ได้เร่งสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เน้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อนโดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล ซึ่งจะย้ายฐานปฏิบัติการจากหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลกไปยัง จ.ตากอีกด้วย
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ) ยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน ปริมาณฝนที่ตกลงมายังไม่กระจายมากนัก ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯยังน้อย ปัจจุบัน ทั้ง 4 เขื่อน มีปริมาณน้ำรวมกัน 8,080 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 1,384 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังคงการระบายน้ำลงมารวมกันประมาณวันละ18 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก
ส่วนภาคการเกษตรนั้นขอให้รอฝนตกลงมาอย่างสม่ำเสมอมากกว่านี้ จึงค่อยลงมือทำการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ซึ่งกรมชลประทานจะใช้อาคารชลประทานต่าง ๆ ควบคุมน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานไปยังพื้นที่การเกษตรได้อย่างทั่วถึง ช่วยลดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝน และเก็บกักน้ำในเขื่อนไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าให้มากที่สุดด้วย นายสุเทพ กล่าว





