วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุ่มทำร้าย 'วิว อาร์สยาม' เข้าไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี

หนุ่มทำร้าย “วิว อาร์สยาม” เข้าไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี แต่เจรจาไม่สำเร็จ-ไม่ยอมรับผิด ตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้

จากกรณีที่นายก้องภพ ประมงค์ หรือ วิว-ชัชวาล อาร์สยาม อายุ 31 ปี นักร้องหนุ่มสังกัดอาร์สยามเครือ บมจ.อาร์เอส พร้อมทนายส่วนตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รองผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย กรณีถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บ ขณะไปดื่มกินที่ผับแห่งหนึ่งย่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวานนี้ (27 พ.ค.) มีรายงานว่าพ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รองผกก.(สอบสวน)สน.โชคชัย ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างนายก้องภพ หรือ วิว อาร์สยาม กับคู่กรณี มาพูดคุยและตกลงค่าสินไหมโดยมีทนายความของทั้ง 2 ฝั่ง เข้าร่วมรับฟังด้วย ซึ่งจากการพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง ยังไม่สามารถตกลงกันได้

โดยนายก้องภพ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้มีการนัดคู่กรณีที่เป็นคนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงตนจนได้รับบาดเจ็บมาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ย แต่เมื่อมาถึงสน.โชคชัยกลับพบว่าคู่กรณีได้พาทนายความและเพื่อนอีก 1 คน เดินทางมาด้วย จากการพูดคุยในวันนี้ คู่กรณีอ้างว่าไม่ได้ใช้อาวุธมีดแทงตนใช้เพียงที่เปิดขวดไวท์เท่านั้น แต่ตนไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากวันที่เกิดเหตุตนใส่เสื้อถึง 3 ชั้นซึ่งที่เปิดขวดไวน์ไม่สามารถทำให้ตนเป็นบาดแผลได้ลึกถึง 3 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามขณะพูดคุยคู่กรณีมีท่าทางทีโมโหและไม่ยอมรับผิด ทั้งนี้เสนอให้ตนยอมความด้วยเงินสด 50,000 บาท แต่ตนไม่ยอมเนื่องจากเมื่อได้รับบาดเจ็บจึงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทำให้ไม่สามารถเดินทางไปร้องเพลงที่ประเทศญี่ปุ่นได้ทำให้ตนสูญเสียรายได้ไปมาก ตนจึงเรียกไปเป็นเงินทั้งหมด 300,000 บาท แต่ฝั่งคู่กรณีไม่ยินยอมที่จะจ่ายเงินดังกล่าว ทั้งนี้ตนอยากบอกว่าตนให้อภัยคู่กรณี ได้หากมาขอโทษด้วยใจที่บริสุทธิ์และยอมรับในสิ่งที่ตนเองได้กระทำขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นญาติกับนักแสดงสาวชื่อดังคนหนึ่ง โดยการเดินทางมาครั้งนี้มาพร้อมทนายความ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 26 พ.ค. เวลา 15.00 น. แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนัดนายก้องภพ มาพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับค่าเสียหายวานนี้ 

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุจะถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมืองและทางสาธารณะชุมชนโดยไม่เหตุอันควร ไว้ก่อน อย่างไรก็ตามจากการเจรจายังไม่ลงตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายรอรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลพิมพ์ลายนิ้วมือ และส่วนอื่นๆ มาประกอบในสำนวน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเตรียมส่งฟ้องศาลได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ และหากทั้ง 2 ฝ่ายต้องการที่จะพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะนัดทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย เพื่อหาข้อยุติอีกครั้ง