ผู้ว่าฯสงขลา เผยแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา คาดอีก 3 ปี มูลค่าการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ทะลุ 1 ล้านล้านบาท
ณ ห้องประชุมสันติภาพ โรงแรมลีการ์เด้นท์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนชั่นทีวี ร่วมกับพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดสัมมนา “10 เขตเศรษฐกิจพิเศษ โอกาศทองสู่ เออีซี” หัวข้อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ สงขลา : โอกาสทอง สู่มาเลเซีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกว่า 300 คน
นายเกียรติชัย โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานฯเปิดและปาฐกฐาพิเศษเรื่อง” การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สงขลา โดยมีนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับและรายงานการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งการสัมมนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วงประกอบด้วย ช่วงเช้าเป็นการเสวนาเรื่อง “โอกาสทองสงขลา เข้าสู่มาเลเซีย”และในช่วงบ่าย เสวนาเรื่อง
"อุปสรรค –ทางออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ สงขลา"
นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการตามแผนพัฒนาของจังหวัดสงขลา ในการสนองโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ในปี งบประมาณ 2559 ทางจังหวัดได้รังบประมาณในการพัฒนาโครงการต่างๆเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลากว่า 5,000 ล้านบาท
ประกอบด้วย โครงการพัฒนาด่านศุลกากรสะเดา (ด่านนอก) ขาออกและขาเข้า ซึ่งขณะนี้ขาออกแล้วเสร็จ ส่วนขาเข้ากำลังดำเนินการ เพื่อเพิ่มึความสะดวกการส่งออกนำเข้าสินค้าด่านศุลกากรสะเดา, โครงการก่อสร้างด่านสะเดาแห่งใหม่ เพื่อรองรับการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น
"นอกเหนือจากโครงการที่ได้รับงบประมาณดำเนินการแล้ว ยังมีโครงพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการศึกษา เช่น โครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลเซีย, โครงการรถไฟฟ้าหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์, โครงการรถไฟทางคู่สุราษฎร์ธานี-สถานีชุดทางหาดใหญ่ และโครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2"
ซึ่งโครงการพัฒนาต่างๆที่ได้รับงบประมาณดำเนินการและอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าการลงทุนที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ เป็นการพัฒนาโครงการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการพัฒนาของจังหวัดสงขลาในอนาคต โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ที่เป็นรูปธรรม
นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ถือแป็นครั้งแรกในรอบหลาย10 ปี ที่จังหวัดสงขล่ได้รับงบประมาณลงทุนทางด้านการพัฒนา โดยฉเพาะทางด้านโครงการสร้างพื้นฐานต่างๆ หลังจากที่รัฐบาลประกาศให้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชุดแรก 5 จังหวัดที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน
ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตร จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทางภาครัฐและเอกชนจึงคิดว่าจะต้องการปรับเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดนอกเหนือจากสินค้าเกษตรใน 2 ด้าน
คือด้านการท่องเที่ยว และด้านการค้าชายแดน เพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (2559) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจ.สงขลาเพิ่มขึ้นประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 2.2 ล้านคน เพิ่มเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ และการค้าชายแดนซึ่งปัจจุบันการค้าชายแดนของจังหวัดสงขลาจำนวน 5 ด่าน
ประกอบด้วย ด่านศุลกากรสะเดา, ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์, ด่านศุลกากรบ้านประกอบ, ด่านศุลกากรท่าเรือน้ำลึกสงขลา และศุลกากรท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท หลังจากที่เคยมีมูลค่าถึง 700,000 ล้านบาท เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายภายใน 3 ปี 1 ล้านล้านบาท
"ผมคิดว่าจากนโยยายของรัฐบาลที่สนับสนุนงบประมาณโครงการพัฒนาลงมาในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสงขลาที่จะช่วยสนับสนุนให้เดินไปสู่เป้าหมาย บวกกับศักภาพของพื้นที่ๆมีศักยภาพและความพร้อม”
นายราเมศ รัตนอรุณ ผู้จัดการอาวุโส ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการเขต สำนักงานเขต 26 ภาค 12 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาอย่อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.สงขลา มีโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 1,900 แห่ง แต่มีโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ สงขลา อยู่ 47 แห่งเท่านั้น
"ถ้ามองศักยภาพและโอกาสสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ในรัฐบาลประกาศในพื้นที่ 4 ตำบลของอ.สะเดา ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ทอัพ) โดยใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และประมง ซึ่งทางธนาคารฯมีสินเชื่อสำหรับสนับสนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่”
นายกิตติชาติ โพธิทัด ผู้บริหารงานกลยุทธธุรกิจข้ามประเทศ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทางธนาคารฯมีบริการที่สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาคือ การอำนวยความสะดวกชำระค่าสินค้า โอนเงิน ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นการสนับสนุนการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย
“เป็นการช่วยผู้ประกอบการธุรกิจทางด้านต้นทุนอีกทางหนึ่ง จากเดิมที่การชำระสินค้า การโอนเงิน จะต้องใช้เงินสกุลกลางคือดอลล่าร์(สรอ.) จะมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งรองรับการค้าชายแดนของจังหวัดสงขลากับประเทศมาเลเซียเป็นอย่างดี”
ในขณะที่โอกาสทางธุรกิจสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลายังมีโอกาสอีกมาก เนื่องจากในปัจจุบันการค้าในกลุ่มอาเซี่ยนด้วยกันมีประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ต่างกับการค้าในกลุ่มยุโรป (อียู) มีสูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นโอกาสที่การค้าในกลุ่มอาเซียจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมีอีกมาก 3-4 เท่า
โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อขยายตลาดไปถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งทางธนาคารฯมีการสนับสนุนทางด้านการพัฒนาขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ สำหรับลูกค้าของธนาคารฯ ซึ่งกลุ่มธุรกิจในพื้นที่จ.สงขลาของธนาคารฯเป็นกลุ่มที่ใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง
ล้อมกรอบ
เสนอนายกฯทบทวนนิคมฯ/เขตศก.พิเศษสงขลา
ในขณะที่การเสวนาช่วงบ่าย เรื่อง “อุปสรรค –ทางออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ สงขลา” นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา สำหรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา จะแตกต่างจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นทั้ง 9 พื้นที่โดยสิ้นเขิง
คือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมาสอบถามและหารือกับพื้นที่เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาร่วมกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาดำเนินการ ทำให้การกำหนดการแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา บนเนื้อที่ 1,69 ไร่ ต.สำนักขามของการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ไม่ได้รับฟังความต้องการของพื้นที่ มาถึงนี้มีปัญหาในการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจากมีผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว
"ถ้าให้พูดแบบถนอมน้ำใจกันไม่รู้กว่าอีก 2 ปี โครงการนี้จะเสร็จหรือเปล่า แต่ถ้าให้พูดแบบไม่เกรงใจก็คือ 5 ปีก็ยังไม่เกิดสำหรับนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา เพราะคุณไม่ได้ลงมาดูพื้นที่จริงว่าเป็นอย่างไร มาถึงจะไล่เขาออกอย่างเดียว โดยไม่คิดว่าจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน”
สำหรับจังหวัดสงขลาถ้าดูตามกศักยภาพแล้วส่วนตัวคิดว่าแม้จะไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็ยังสามารถพัฒนาได้ โดยไม่ต้องรอเขตเศรษฐกิจำพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อ.จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย) ซึ่งเป็นพื้นที่ๆอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงยังได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษเสียอีก
ฉะนั้นสิ่งที่ท้องถิ่นหรือพื้นที่ต้องการคือให้รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ เช่น การขนส่งทางน้ำ ระบบราง ที่จะเสริมการขนส่งทางถนน และการแก้ปัญหาการจราจรที่มีปัญหาแออัดด่านศุลกาสะเดาในปัจจุบันทที่รัฐบาลจะต้องหารือกับรัฐบาลมาเลเซีย เป็นต้น
"ไม่มีจังหวัดชายแดนจังหวัดไหนในประเทศไทย ที่มีศักยภาพและความพร้อมทางด้านการขนส่งครบคือ ระบบราง, ถนน, น้ำ, อากาศ ตรงนี้รัฐบาลจะต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่”
ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล เลขาสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีควรทบทวนการเรื่องเขตนิคมอุตสาหกรรมของกนอ.ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา เนื่องจากมีปัญหาการกำหนดอุตสาหกรรมไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองและการขยายตัวของเมืองในอนาคต
“อยากให้หาข้อสรุปร่วมกันกับพื้นที่ เพราะในในพื้นที่เขาอยากได้ การพัฒนทางด้านโลจิสติกส์ การขนส่ง และบริการ เช่น โอท็อป เขาไม่ต้องการอุตสาหกรรมที่จะมีผลกระทบกับชุมชนในอนาคต ผมว่าเป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเดินไปข้างหน้าลำบาก”
ในเดียวกันสิ่งที่อยากนำเสนอต่อนายกรัฐมตรีสำหรับจ.สงขลา คือ รัฐบาลควรจะประกาศให้พื้นที่ทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษทางด้านอาหาร เนื่องจากจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านนี้ทั้งด้านวัตถุดิบและสถาบันการศึกษาที่จะมาสนับสนุน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างมาก





