วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ถกผู้ค้า “สีลม” ยันยกเลิกขาย-คืนทางเท้า

กทม. ถกผู้ค้า “สีลม” ช่วงกลางคืน ยันยกเลิกขาย-คืนทางเท้า ผู้ค้าโยนจราจรติดขัด เหตุรถจดทะเบียนเพิ่ม วอนกทม.ทบทวนแผน

ที่ห้องประชุม โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม เขตบางรัก นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมทำความเข้าใจกับผู้ค้าบนถนนสีลม ในส่วนผู้ค้ากลางคืน จำนวน 300 คน ก่อนกำหนดให้ยกเลิกการขายของริมทางเท้าถนนสีลมในวันที่ 1 มิ.ย.2559 โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง ผู้อำนวยการเขตสำนักเขตบางรัก ร่วมประชุม

นายวัลลภ กล่าวว่า กทม.กำลังพิจารณาจุดค้าขายหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาโดยตลอดว่าไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ทางเท้า คนใช้ยานพาหนะก็ไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งถนนสีลมก็ไม่ใช่จุดผ่อนผัน และกทม.ก็ยกเลิกจุดผ่อนผันทั่วกรุงเทพฯไปแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ปากคลองตลาดก็มีการยกเลิก เพราะสภาพการจราจรก่อนหน้านี้ก็ลำบาก ขณะที่อนุสาวรีย์ชัย ประตูน้ำถนนเพชรบุรี ถนนราชปรารภก็ต้องเคลียร์กัน เพื่อประโยชน์หลายอย่างของบ้านเมือง โดยจากการประชุมฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ กทม.ได้แจ้งว่าการค้าขายบนถนนสีลมมีสูงขึ้น ทางเดินแคบ ประชาชนก็ต้องเดินเบียดกันเสี่ยงกับการถูกล้วงกระเป๋า บางส่วนก็มาเดินบนทางเท้าก็อันตรายอีก ที่สำคัญสินค้าที่วางไว้ทั้งเพลง ภาพยนตร์ กระเป๋าเลียนแบบ ก็กระทบกับเศรษฐกิจของบ้านเรา ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กทม.ก็ไม่สบายใจถ้ามีการเซ้งทางเท้าสาธารณะ โดยพื้นที่คลองถมมาทราบภายหลังว่าก่อนกทม.จะเข้าไปดำเนินการ จะมีการเซ้งพื้นที่ทางเท้ากว่า 10 ล้านบาท จึงอยากให้ผู้ค้าสีลมเข้าใจตรงนี้ ไม่ใช่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ทางเท้าเป็นทำเลทอง ซึ่งทุกจุดที่กทม.ไปยกเลิกผู้ค้าก็ไปหาผู้ประกอบการในพื้นที่แถวนั้น อาทิ พื้นที่ซ.พัฒพงษ์ และซ.ราชปรารภ23 เพื่อหาตัวเลือกพื้นที่รองรับผู้ค้าให้ ดังนั้น ถ้าผู้ค้าสีลมจะไปที่ไหนบอกมากทม.จะไปหาให้ แต่ถ้าจะอยู่จุดเดิม ถ้าจะให้กราบกันก็จะบอกว่าลำบากมาก เพราะกทม.จะเคลียร์หมด จึงจำเป็นต้องคืนความเป็นระเบียบให้สังคม เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ถ้าจะให้ออกวันนี้ วันพรุ่งนี้ กทม.คงไม่ทำเด็ดขาด แต่จะให้เวลาสำหรับผู้ค้าได้เตรียมตัวแน่นอน

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า การอยู่ในสังคมมีกลุ่มหลายบบุคคล อย่างในถนนสีลมผู้ค้าใช้พื้นที่ทางเท้า แต่ก็มีประชาชนอีกกลุ่มก็ต้องใช้ทางเท้าเหมือนกัน ซึ่งผู้ที่มีสิทธิใช้พื้นที่สาธารณะนั้น คนที่ใช้ทางเท้าก็ถูกจำกัดสิทธิจากผู้ที่ขายของบนทางเท้า ซึ่งหน้าที่ในการดูแลก็เป็นของกทม. สำนักงานเขตบางรัก ที่ต้องทำให้ทุกคนใช้ทางเท้าอย่างเท่าเทียม ถ้ากทม.ไม่ดำเนินการก็จะละเว้นการปฏิบีติหน้าที่ หรือถ้าไม่ทำตาม กทม.ก็จะมีความผิดทั้งผู้ขาย และผิดทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ทุกความเปลี่ยนแปลงจะเป็นการพัฒนาไม่เว้นแต่ถนนสีลม ที่มีการพัฒนาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เคยมีรถรางจนมีการรื้อรถราง มีความเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นรถไฟฟ้าเกิดขึ้น ซึ่งการพัฒนาต้องยอมรับว่า ต้องมีคนเจ็บปวดบ้าง ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้บอกให้เลิกขาย แต่ให้ย้ายสถานที่ค้าขายตามที่ กทม.ได้หาสถานที่รองรับไว้ แต่ถ้าใครจะค้าขายใกล้จุดเดิม สำนักงานเขตบางรักก็เตรียมไว้ให้ผู้ค้า เพื่อความเป็นระเบียบของบ้านเมือง

“ผมลำบากใจ ผู้ค้าก็ลำบากใจ แต่เพื่อส่วนใหญ่ของบ้านเมือง ความเห็นแก่ตัวก็ไม่ควรจะเป็น ถ้าจะอ้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว หารายได้ให้กรุงเทพฯ ก็เป็นคำพูดของผู้ค้าอ้างในทุกที่ แต่ตัวผู้ค้ากำลังทำลายกฎระเบียบของสังคม ทั้งที่สังคมต้องอยู่ในพื้นฐานสิทธิเท่าเทียมกัน ผมยืนยันไม่สามารถใช่พื้นที่สาธารณะเพื่อเอาประโยชน์ให้ตัวเองคงจะไม่ได้อีกต่อไป ผู้ค้าต้องออกจากพื้นที่สีลม โดย กทม.จะเตรียมพื้นที่รองรับไว้ให้”นายจักกพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมผู้ค้าได้แสดงความเห็นต่อการยกเลิก อาทิ ผู้ค้ายอมรับว่ามีความผิดในการขายบนทางเท้า แต่ผู้ค้าสีลมไม่เคยได้รับการเยียวยาแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่การชุมนุมทางการเมืองทุกสี เหตุน้ำท่วม เป็นต้น ซึ่ง กทม.ไม่เคยมาดูแลผู้ค้าว่ามีภาระมากขนาดไหน แต่ผู้ค้าขอความกรุณา กทม.ด้วย โดยสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเป็นการจัดระเบียบ แต่สิ่งที่ กทม.ทำกำลังกวาดล้าง ดังนั้นสิ่งที่ กทม.พูดวันนี้ผู้ค้าคงจะต้องดื้อ แต่จะไม่ไปปิดถนนให้เป็นภาระกับผู้อื่น ก็รู้ว่าวันนี้คือคำสั่งประหาร ซึ่งผู้ค้าก็รับทราบตั้งแต่วันที่เขตเรียกประชุม ขณะที่ผู้ค้าต้องการพื้นที่ขายเดิม และขอให้กทม.ระบุระยะเวลาการขายให้ชัดเจน นอกจากนี้ผู้ค้ายืนยันว่า สาเหตุรถติดมาจากการจดทะเบียนรถยนต์มีมากขึ้น ซึ่งปัญหารถติดนั้นเป็นปัญหาในช่วงเร่งด่วนในตอนเช้า จึงไม่เกี่ยวกับผู้ค้าสีลมกลางคืน อีกทั้งยืนยันว่าชาวต่างชาติที่ได้พูดคุยก็ไม่อยากให้ยกเลิกการค้าขายในจุดนี้ด้วย และยืนยันว่าที่มาเที่ยวประเทศไทยเพราะผู้ค้าสีลมและพัฒพงษ์

นายวัลลภ กล่าวภายหลังการประชุมว่า จุดผ่อนผันที่ผ่านมาอย่างไรก็ต้องยกเลิก ส่วนที่ผู้ค้าต่อรองเวลานั้นก็ยินดีรับฟัง และกำลังจัดหาพื้นที่ให้รองรับผู้ค้าได้นับหมื่นรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากเป็นพื้นที่เอกชนจะช่วยต่อรองกับเจ้าของพื้นที่ อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งต่อไป ขอให้แต่ละฝั่งของถนนสีลมผู้ค้าได้ตั้งตัวแทน 5 คน เพื่อกลับมาร่วมประชุมกับ กทม.อีกครั้ง