กทม.เคาะค่าซ่อม “รถดับเพลิง” 183 ล้าน หลังถูกส่งมาปี 49 ล็อตเเรก 176 คัน พร้อมขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์เรียบร้อย คาดแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสภาพรถและเรือดับเพลิงกทม. มูลค่ารวม 6,687 บาท ภายหลังคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินให้บริษัทสไตเออร์ฯจ่ายเงิน 20.49 ล้านยูโร หรือประมาณ 800 ล้านบาทให้กับกทม. โดยให้กทม.รับสินค้าทั้งหมด ว่า กทม.ได้ดำเนินการในส่วนที่ไม่มีปัญหาก่อน โดยการนำรถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คัน ที่ถูกส่งมาเป็นลอตแรกเมื่อปี 2549 ซึ่งจัดเก็บรักษาไว้ที่โกดังสินค้าของบริษัท เทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) กทม. ได้ตั้งกรรมการขึ้นมา 35 คน เพื่อเข้าประเมินความเสียหายรถแต่ละคันอย่างละเอียด เพราะรถดับเพลิงแต่ละคันมีความเสียหายไม่เท่ากัน แต่ขณะนี้สปภ.ได้ลงทะเบียนรถดับเพลิงและรถกู้ภัยล็อตแรก จำนวน 176 คัน ที่จอดไว้ที่โกดังสินค้าของบริษัท เทพยนต์ฯ ให้เป็นครุภัณฑ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกทม.เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานการประเมินงบประมาณการซ่อมแซมรถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คัน ล็อตแรก ค่าซ่อมแซมอยู่ที่ 183 ล้านบาท
นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มอบหมายให้สปภ.ไปจัดทำร่างการประกวดราคาการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยให้แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ รถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ 2.รถปั่นไฟ 3.รถบรรทุกเครื่องช่วยหายใจและเครื่องอัดอากาศ 4.รถกู้ภัยขนาดเล็ก 5.รถกู้ภัยขนาดกลาง 6.รถกู้ภัยสารเคมี 7.รถบันไดความสูง 13 เมตร และ 8.รถไฟฟ้าส่องสว่าง ก่อนจะประกาศหาตัวผู้รับจ้าง เพื่อดำเนินการจัดซ่อมให้แล้วเสร็จภายในมิ.ย.นี้ เพื่อนำรถดับเพลิงและรถกู้ภัยออกมาใช้งาน โดยจะกระจายไปยังสถานีดับเพลิง จำนวน 35 สถานีและสถานีดับเพลิงย่อยอีก 12 สถานีต่อไป
“ส่วนรถดับเพลิงที่จัดเก็บรักษาไว้ที่โกดังสินค้าของบริษัทนามยงค์ จำนวน 139 คัน มีการประเมินราคาซ่อมแซม 175 ล้านบาท แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองราคาในรายละเอียดค่าเช่าพื้นที่ จึงไม่สามารถนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซม และยังไม่สามารถลงทะเบียนเป็นครุภัณฑ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ กทม.ได้” รองปลัดกทม. กล่าว




