วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ' ชี้แจง! เหตุขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 'ธัมมชโย'

"ดีเอสไอ"ชี้แจงขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับ "ธัมมชโย" หลักฐานอาการป่วยรับฟังไม่ได้ ให้ปชช.ช่วยตัดสินภาพเจ้าอาวาสวัดธรรมกายที่รับกิจนิมนต์

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อพิจารณากรณีทนายความวัดพระธรรมกายยื่นหนังสือขอเปลี่ยนสถานที่รับทราบข้อกล่าวหาโดยอ้างเหตุอาพาธซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีว่า ภายหลังรับเอกสารหลักฐานจากทนายความวัดพระธรรมกาย พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานยังไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะในส่วนของเวชระเบียนที่ไม่สอดรับกัน เนื่องจากสถานที่ออกเวชระเบียนเป็นคลินิกภายในวัดพระธรรมกาย คือสหเวชคลีนิก รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจจากพระธัมมชโยก็ยังลงชื่อไม่ครบถ้วน พนักงานสอบสวนจึงลงมติเอกฉันท์ให้นำหลักฐานทั้งหมดทั้งจากฝ่ายพนักงานสอบสวนและพระธัมมชโยไปขออำนาจศาลอาญาขอให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ โดยขณะที่แถลงข่าวได้มอบหมายให้พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนเดินทางไปยังศาลอาญาแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการดำเนินการภายหลังขอหมายจับว่าจะนำกำลังเข้าไปจับกุมอย่างไร และจะนำทีมแพทย์เข้าไปตรวจอาการอาพาธหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ขอตอบคำถามเนื่องจากต้องรอฟังการพิจาณาของศาลว่าจะมีดุลยพินิจอย่างไร หากมีความชัดเจนจึงจะพิจารณาดำเนินตามขั้นตอนต่อไป ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพพระธัมมชโยรับกิจนิมนต์เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ท่ีผ่านมา โดยเดินทางออกมานอกวัดและยืนปล่อยนกนั้นดีเอสไอก็มีหลักบานดังกล่าวเช่นเดียวกับสื่อมวลชน ประเด็นดังกล่าวจึงขอให้ประชาชนช่วยกันตัดสิน

ด้านนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม โดยระบุว่า วันนี้( 17 พ.ค.) นำเอกสารเวชระเบียนและใบรับรองแพทย์มาให้เพิ่มเติมตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแพทย์ที่ให้การรักษาพระธัมมชโยแจ้งว่าพระมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง มีอาการมึนงง วิงเวียนศรีษะตลอดเวลา ซึ่งทีมแพทย์ทั้ง 4 คนลงความเห็นว่าควรให้เวลาพักรักษาตัวอีกประมาณ 2 เดือน จึงมีความจำเป็นต้องขอเลื่อนเวลาการเข้าให้ปากคำ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงเพิ่งจะมีอาการแพ้ยา หรือว่ามีการเปลี่ยนยากระทันหันหรือไม่ เนื่องจากวานนี้ยังไม่มีการพูดเรื่องแพ้ยา นายสัมพันธ์ กล่าวว่า เรื่องของการให้ยาหรือขั้นตอนรักษาตนเองไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะแพทย์เขียนด้วยภาษาอังกฤษที่เป็นศัพท์เฉพาะทาง ตนอ่านไม่เข้าใจ ต้องถามแพทย์ที่ให้การรักษาจะได้ข้อมูลครบถ้วน ยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้จัดฉากขึ้นมาเพื่อประวิงเวลาในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เเต่เมื่อเป็นเหตุจำเป็น เป็นอาการป่วยก็ต้องแจ้งให้ทีมพนักงานสอบสนรับทราบ ทั้งนี้ ยินดีให้ดีเอสไอนำแพทย์จากส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบอาการของพระธัมมชโย แต่แพทย์ที่นำไปจะต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยแพทย์ทั้ง 4 คนที่รักษาพระธัมมชโยจะเป็นผู้พิจารณาว่าเเพทย์ที่ดีเอสไอนำไปมีความเหมาะสมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทีมพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นให้เลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาตามที่แพทย์แจ้งหรือไม่ตนคงต้องให้เป็นดุลพินิจของดีเอสไอ ตนคงตอบแทนไม่ได้ แต่ถ้าหากมีหมายจับออกมาทีมทนายคงต้องทำเรื่องคัดค้านอย่างแน่นอน. ส่วนภาพพระธัมมชโยที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ล่าสุดนั้น ตนยังไม่เห็น ตอบไม่ได้อาจเป็นภาพเก้าก็ได้เพราะท่ีผ่านมามีการนำภาพเก่าออกมาเผยแพร่ใหม่อย่างต่อเนื่อง