วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบสาวแสบอ้างเป็นโบรกเกอร์ คดีตุ๋นเหยื่อลงทุน-เชิดหนี50ล้าน

กองปราบฯรวบสาวแสบวัย33ตามหมายจับ อ้างตัวเป็นโบรกเกอร์ คดีตุ๋นเงินเหยื่อลงทุน ก่อนเชิดเงินหนีเสียหายกว่า50ล้าน เจ้าตัวให้การปฎิเสธ

ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา รรท.ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.พรพิทักษ์ พัตนชัย รอง สว.กก.2 บก.ป. และตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกันทำการจับกุม น.ส.สกุลศุภ หรือ โรส คุณกัณหา อายุ 33 ปี ชาวอ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.17/2558 ลงวันที่ 14 มกราคม 2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ลานจอดรถโรงเบียร์ฮอลแลนด์ ถ.พระราม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาได้มีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งจำนวน 10 คน รวมตัวกันมาเข้าร้องเรียนให้ช่วยจับกุมตัวน.ส.สกุลศุภ ผู้ต้องหารายนี้ หลังเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2556 นางสกุลศุภ ได้อ้างตัวกับผู้เสียหายกลุ่มนี้ว่าทำงานเป็นโบรกเกอร์ธนาคารหลายแห่ง และรู้จักกับผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ประจำอยู่สำนักงานใหญ่ ต้องการระดมเงินไปปิดยอดค้างชำระเงินกับทางธนาคาร (เครดิตบูโร) ให้แก่บรรดาลูกค้าที่กู้เงินธนาคารแล้วยังมีหนี้ค้างอยู่ แต่อยากกู้เงินเพิ่มอีก หากลูกค้าธนาคารเหล่านี้ได้รับอนุมัตให้กู้เงินใหม่ได้ก็จะนำเงินมาคืนให้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยค่าตอบแทนในอัตราที่สูง ซึ่งในช่วงแรกๆของการลงทุนผู้เสียหายก็จะได้รับเงินต้นและผลตอบแทนคืนจริง จึงทำให้มีผู้สนใจนำเงินมาร่วมทุนเพิ่มอีกหลายราย ซึ่งบางคนถึงกับยอมขายบ้าน รถ ที่ดิน เพื่อหาเงินมาร่วมลงทุน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พอหลังจากได้เงินจากกลุ่มผู้เสียหายแล้วผู้ต้องหารายนี้ก็จะเริ่มออกลาย เลื่อนผัดผ่อนชำระเงินต้นและดอกคืนให้โดยอ้างว่ามีลูกค้าเพิ่มต้องใช้เงินจำนวนมาก ก่อนที่จะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ตำรวจชุดจับกุมจึงเร่งรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับน.ส.สกุลศุภ ได้เป็นรายแรกพร้อมกับแกะรอยหาเบาะแสจนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้น จากการสอบสวน น.ส.สกุลศุภ ยังคงให้การปฎิเสธและไม่ขอเปิดเผยหรือให้รายละเอียดใดๆ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่ สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และถูกแจ้งความเอาผิดคดีฉ้อโกงประชาชน ในพื้นที่ จ.กระบี่ และ สน.มีนบุรี อีกหลายคดี ส่วนนายมงคล ผู้เป็นสามีนั้น ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการขยายผลสืบสวนและหาหลักฐานเพิ่มเติม เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับแก่น.ส.สกุลศุภ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบ สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป