'เปมิกา' เบี้ยวนัดฟังคำพิพากษา! ศาลฎีกาสั่งออกหมายจับ

“เปมิกา”เบี้ยวนัดฟังฎีกาคดีหลอกลวง“หมอประกิตเผ่า” กว่า 8 ล้าน ศาลเช็คหมายนัดส่งถึงจำเลย แต่มีพฤติการณ์จงใจหลบหนี สั่งออกหมายจับ
ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.4543/2550 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ มารดาของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาแอพพลายด์ ฟิสิกส์ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.เปมิกา หรือชื่อ ศิวพร หรือชื่อสิริรัษสิริ วีรชัชรักษิต หรือเหลืองเรณูกุล อายุ 34 ปี นักศึกษาปริญญาโท อดีตเพื่อนสาวคนสนิท นพ.ประกิตเผ่า , น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 32 ปี, นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ อายุ 37 ปี, นายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342
แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่า น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาศาลตามนัด มีเพียงนายประกันของ น.ส.เปมิกา , นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ เพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 3-4 เดินทางมาศาล
ขณะที่ฝ่าย รศ.เพลินจิต มารดาของ นพ.ประกิตเผ่า โจทก์ร่วม ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มีผู้รับมอบอำนาจมาศาล
โดยนายประกันของ น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 แถลง จำเลยมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ พยายามติดต่อแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อได้
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผลตรวจสอบการส่งหมายแจ้งวันนัด ส่งถึง น.ส.เปมิกา และ น.ส.ฤทัย จำเลยที่ 1-2 ได้ แต่จำเลยทั้งสองทราบนัดแล้วไม่มาศาล มีพฤติการณ์จงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษา และให้ปรับนายประกันของ น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 เต็มจำนวน 1 ล้านบาท
โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา อีกครั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 ส.ค.50 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ต.ค.49 - ก.พ.50 นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ ได้หลงเชื่อการสร้างสถานการณ์ของจำเลยที่ 1-4 ให้เข้าใจว่าตัวเองสามารถนั่งสมาธิ จนสำเร็จฌานขั้นสูง ระลึกชาติถอดจิตได้ และหลอกลวงว่า น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 และ นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน 99 ภพชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้ในชาตินี้ จำเลยที่ 1 จึงให้ ผู้เสียหาย ซื้อรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท พร้อมมอบเงิน 980,000 บาทซื้อแผ่นป้ายทะเบียนเลขสวย สห-9999 และยังให้ซื้อนาฬิกา ยี่ห้อโรเล็กซ์ กับทรัพย์สินอื่น รวม 10 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 9,658,000 บาท เหตุเกิดที่แขวง-เขตปทุมวัน , แขวง-เขตพญาไท กทม. , ต.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี, ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ต.ค53 ให้จำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ฐานฉ้อโกงทรัพย์ และฐานพยายามฉ้อโกง รวม 10 กระทง เป็นเวลา 54 เดือน หรือ 4 ปี 6 เดือน
ส่วนจำเลยที่ 2 - 4 ให้จำคุก ฐานสนับสนุนฉ้อโกงและฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฉ้อโกง คนละ 10 กระทง รวมจำคุก คนละ 34 เดือน 60 วัน หรือคิดเป็น 3 ปี และปรับคนละ 27,000 บาท แต่จำเลยที่ 2-4 ประกอบอาชีพการงานมั่นคง และไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน พฤติการณ์เป็นเพียงผู้สนับสนุน โทษจำคุก จึงเห็นสมควรให้รอลงอาญา คนละ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันคืนทรัพย์สินจำนวน 8,035,387 บาท คืนแก่ นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายด้วย
ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย.56 เห็นว่าที่ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ฐานฉ้อโกง 7 กระทงๆละ 6 เดือนและฐานพยายามฉ้อโกงอีก 3 กระทงๆ ละ 4 เดือน และให้รอลงอาญา จำเลยที่ 2-4 เป็นเวลา 2 ปีนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้น ไม่กำหนดมาตรการหากจำเลยที่ 2-4 ไม่ชำระค่าปรับนั้น ศาลเห็นควรแก้เป็นว่าหากจำเลยที่ 2-4 ไม่ชำระค่าปรับ คนละ 27,000 บาท ก็ให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 29 และ 30 และแก้ยอดเงิน ที่ให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืน นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย เป็น 8,395,387 บาท







