'สช.' เล็งแก้กม. คุมรร.กวดวิชาต่ำกว่า7คน

"สช." แจงไม่มีอำนาจจัดการรร.กวดวิชาเถื่อน เล็งแก้ไขกฎหมายให้มีอำนาจดูแลรร.กวดวิชาที่ต่ำกว่า7คนได้
นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวถึงกรณีการทุจริตการสอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบบรับตรง รอบ 2 ประจำปีการศึกษา 2559 โดยใช้อุปกรณ์ไฮเทคในการกระทำการทุจริต และผู้ทำผิดสารภาพว่าได้รับการติดต่อจากสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ม.รังสิตว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าว โดยได้ทำการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสถาบัน/โรงเรียนกวดวิชา ที่จดทะเบียนไว้กับ สช. ทั่วประเทศ 2,626 แห่งไม่พบว่า มีข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกวดวิชา ที่ถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบของม.รังสิต เพราะฉะนั้น อาจเป็นไปได้ว่าสถาบันกวดวิชาไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายและใช้วิธีการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก
เลขาธิการ กช.กล่าวอีกว่า แม้ สช.จะมีบทบาท หน้าที่ในการกำกับควบคุม ติดตามสถาบันกวดวิชา แต่กรณีที่สถาบันไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องยอมรับว่า สช.ไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินการอะไรได้ แต่ขณะนี้ได้ประสานกับไปยัง สภ.ปากคลองรังสิต แล้วว่าสถาบันดังกล่าวไม่มีการขอจดทะเบียนโรงเรียนกวดวิชาตามกฎหมาย เป็นสถาบันกวดวิชาเถื่อน ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนคนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อ สำหรับชื่อของสถาบันกวดวิชา ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวนั้น ขอให้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เปิดเผยจะเหมาะสมกว่า
"ถ้าเป็นโรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอนตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปและมีการจดทะเบียนถูกกฎหมาย สช.จะมีอำนาจเต็มที่ อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ ตรวจสอบพบว่ามีสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งโฆษณาเกินความเป็นจริง สช. ก็เข้าไปดำเนินการเปรียบเทียบปรับและสั่งให้ยกเลิกการโฆษณาดังกล่าว แต่ถ้าเป็นการกวดวิชาแค่ 3 คน 5 คน หรือใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการติวนั้น ตรงนี้เราไม่มีอำนาจและการควบคุมดูแลทำได้ยาก เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ แต่ในความเห็นของ สช. คือเราควรต้องดูแลคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจจะต้องมีการหารือเพื่อปรับแก้ไขกฎหมายเปิดช่องให้ สช.มีอำนาจเข้าไปดูแลการกวดวิชาในกลุ่มที่ต่ำกว่า 7 คนได้" นายอดินันท์ กล่าว







