นางแบบเพลย์บอย “บันนี่กระต่าย” ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกเป็นจนท.แบงค์ชาติทำธุรกรรมทางการเงิน สูญร่วม 2 แสนบาท
ที่สภ.บางแก้ว วานนี้ (9 พ.ค.) น.ส.ธัญยภัสร์ โฆษิตธนโรจน์ หรือ “บันนี่กระต่าย” อายุ28 ปีนางแบบนิตยสารเพลย์บอย หอบหลักฐานเข้าพบ พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.บางแก้ว หลังถูกขบวนการคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหลอกให้โอนเงินไปกว่า 2 แสนบาท
น.ส.ธัญยภัสร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีโทรศัพท์เข้ามาตน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงค์ชาติ โทรศัพท์บอกว่า บัญชีธนาคารกสิกรไทยของตนจะถูกทางธนาคารแห่งประเทศไทยอายัด เนื่องจากมีการนำไปใช้รูดซื้อสินค้า จำนวน 65,000 บาท และไม่ได้ชำระสินค้า ซึ่งตนก็ได้บอกกับปลายสายไปว่าไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่เคยรูดซื้อสินค้าในจำนวนเงินดังกล่าว ต่อมาปลายสายได้โอนสายให้กับหญิงรายหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกองปราบปราม โดยหญิงที่อ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปรามนั้นได้บอกว่า จะทำสืบสวนให้ และมีความเป็นไปได้ที่อาจเป็นคนใกล้ตัวหรือคน วงในธนาคาร แอบนำเอาข้อมูลไปใช้ และกำชับห้ามให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร เนื่องจากเป็นความลับ
นางแบบนิตยสารชื่อดัง กล่าวอีกว่า จากนั้นปลายสายได้บอกให้ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบและลบข้อมูลบางอย่าง ซึ่งตนไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยทำเอกสารหาย จึงทำตามที่ปลายสายบอก โดยกดตัวเลข29,988.77 ทำรายการแบบนี้ จำนวน 6 ครั้ง แต่ไม่ทันแล้ว เพราะมารู้ทีหลังว่ามีเงินในบัญชีหายไป 179,932.62 บาท ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.บางแก้ว และประสานไปยังธนาคารจนทราบว่าบัญชีปลายทางที่โอนไปนั้นเป็นของธนาคารกรุงเทพ สาขาตะพานหิน จ.พิจิตร อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งตนรู้สึกว่ามิจฉาชีพสมัยนี้ทำเป็นขบวน การ จริงๆจนเราหลงเชื่อ เสียเงินไปในพริบตาเดียว. อยากให้เรื่องของตนเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อเหมือนตน
ด้านพ.ต.อ.พีรพล กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บข้อมูล ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะประสานไปยังทางธนาคารเพื่อขอรายละเอียดการทำธุรกรรม ตลอดทั้งเส้นทางการเงิน บัญชีของผู้เสียหายว่าเงินในบัญชีถูกโอนไปยังปลายทางถึงใคร และมีใครเป็นเจ้าของ ก่อนจะเชิญเจ้าของบัญชีดังกล่าวมาสอบปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยง และขยายผลจับกุมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ต่อไป ทั้งนี้อยากฝากไปยังประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มคนร้ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคารไปพัวพันกับคดียาเสพติด ซึ่งทำให้ท่านตกใจกลัว แล้วไปทำรายการหรือธุรกรรมตามที่คนร้ายบอก หากได้รับโทรศัพท์ทีมีลักษณะดังกล่าวรีบตัดสายทิ้งทันที ขณะเดียวกันหากกรณีเกิดความเสียหายแล้ว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือธนาคารที่ใกล้ที่สุดซึ่งอาจจะสามารถอายัดบัญชีธนาคารของคนร้ายได้ทันเวลา โดยพยายามจดจำหรือรวมรวบหลักฐานต่าง ๆ ที่สำคัญเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนเช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าทุกครั้ง,หมายเลขบัญชีธนาคารปลายทางที่ถูกสั่งให้โอนเงิน(บัญชีรับโอน),สถานที่เกิดเหตุคือ จุดที่ไปทำรายการโอนเงิน(หรือธุรกรรมทางการเงิน)เพื่อไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น





