“เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี มีปัญหาแนวรับอีกครั้ง
ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญกับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งเป็นการแย่งตำแหน่งอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ทีมเยือนต้องการชัยชนะเพื่อได้โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างแน่นอน ด้าน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ยังส่งตัวจริงลุย เซาแธมป์ตัน เพื่อยึดตำแหน่งรองแชมป์
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ค. จะมีเกมบิ๊กแมทช์ที่สนามอิติฮัดของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี โดยเจ้าถิ่นที่เพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เวลา 22.00 น. ซึ่งเป็นการเบียดลุ้นอันดับ 3 ที่ได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบไม่ต้องเล่นรอบคัดเลือก โดยก่อนเกมนี้ แมนฯ ซิตี มี 64 แต้มจาก 36 นัด ตามหลัง อาร์เซนอล อยู่ 3 แต้ม ดังนั้นเจ้าถิ่นต้องพยายามเอาชนะให้ได้เพราะหากเป็นทีมเยือนที่ได้ชัยชนะจะได้อันดับ 3 ไปครองอย่างแน่นอนทันที
ในส่วนของตัวผู้เล่น มานูเอล เปเยกรินี กุนซือชาวชิลีที่เหลือการคุมทีมแมนฯ ซิตี อีก 2 นัดก่อนอำลาตำแหน่ง ยังมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นไม่สามารถส่งผู้เล่นชุดใหญ่ได้เต็มที่ เมื่อแนวรับ แวงซองต์ กอมปานี ได้รับบาดเจ็บไปอีกครั้งต้องใช้ เอเลียควิม มองกาลา ยืนคู่กับ นิโคลัส โอตาเมนดี และตำแหน่งแบ็กขวายังขาด พาโบล ซาลาเลตา ที่เจ็บน่อง และแนวรุกยังขาด ดาวิด ซิลบา ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า แต่แนวรุกคนอื่นๆ ยังคงลงสนามเต็มที่เหมือนเดิมทั้ง ยายา ตูเร, เควิน เดอ บรอยด์ และเฆซุส นาบาส ที่ทำเกมรุกให้ เซร์คิโอ อาเกโร
ฝั่งอาร์เซนอล ของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่มีปัญหากับทีมชุดใหญ่ในปัจจุบันมากนักเหลือผู้เล่นเจ็บเพียงแค่ 2 รายคือ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ในแนวรับ กับ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน ในแดนกลาง ทีมโดยรวมน่าจะเป็นชุดเดียวกับที่เฉือนชนะ นอริช ในนัดล่าสุด
แนวรับ กาเบรียล เปาลิสตา จะลงมาคู่กับ โลรองต์ กอสเซลนี แต่แนวรุกอาจจะปรับให้ แดนนี เวลเบ็ค คนยิงประตูชัยในเกมที่แล้วลงมาเป็นกองหน้าตัวจริงแทนที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และมี เมซุต โอซิล กับ อเลกซิส ซานเชซ ช่วยเกมรุก
ด้าน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่มีแต้มเหนือ อาร์เซนอล อยู่ 3 แต้มจะกลับมาเล่นในไวท์ ฮาร์ท เลน พบ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ในเวลา 19.30 น. โดยแม้ว่าเจ้าถิ่นจะหมดลุ้นแชมป์ไปแล้ว แต่ เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือเจ้าถิ่นยังขนทีมชุดที่ดีที่สุดลงสนามเพื่อรับประกันว่าจะได้ตำแหน่งรองแชมป์อย่างแน่นอน
ปัญหาของสเปอร์ส ในเกมนี้ยังอยู่ที่การติดโทษแบนของ เดล อัลลี และแนวรับจะไม่มี แดนนี โรส กับ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่มีอาการเจ็บทั้งคู่ แต่ยังมีตัวหลักอย่าง แยน แฟร์ทองเกน, เอริค ไดเออร์ และ แฮร์รี เคน ลงสนามเหมือนเดิม ขณะที่ทีมเยือนที่ยังมีลุ้นไปเล่นยูโรปา ลีก ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน
ส่วนโปรแกรมอีกคู่ในเวลาเดียวกัน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเข้าชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก จะปรับตัวผู้เล่นส่งตัวสำรองลงสนามในเกมเปิดแอนฟิลด์พบ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด
“ฮิดดิงค์” ชี้ไก่ไม่เก๋าทำชวดแชมป์
กุส ฮิดดิงค์ ผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี มองถึงเหตุผลที่ทำให้ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ชวดการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ว่าเป็นเพราะไม่เก๋าเกมพอ และผู้เล่นหลายๆคนควบคุมตัวเองไม่ได้จึงยกแชมป์ให้ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ตั้งแต่ก่อนเกม 2 นัดสุดท้าย
กุนซือชาวดัตช์ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมทีมเสมอกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส 2-2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวว่า ความเก๋าของนักเตะสเปอร์สยังมือไม่ถึง เพราะออกนำก่อน 2-0 แต่กลับจบลงด้วยผลเสมอ รวมทั้งมีผู้เล่นที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“พวกเขาเสียการควบคุมในการเล่นเพื่อเป็นแชมป์ ผมไม่คิดว่าในการเข้าสกัดของผู้เล่นเชลซีทุกครั้งจะน่าเกลียด และพยายามทำให้ผู้เล่นเจ็บ ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงดูหงุดหงิดทั้งๆที่นำเชลซี อยู่ 2-0 ผู้เล่นสเปอร์สบางคนสูญเสียการควบคุมตัวเอง หลังจากนั้นมันเป็นเรื่องลำบากที่จะกลับมาเล่นอย่างทีมที่จะเป็นแชมป์”
“ไม่มีผู้เล่นเชลซีมากนักที่เข้าใกล้กับการถูกใบแดง มีบางคนถูกใบเหลือง แต่ผมคิดว่ามันมีการประท้วงรุนแรงเกินไป สเปอร์ส เป็นทีมที่ดี เป็นทีมเด็กหนุ่ม พวกเขาอาจจะคิดแตกต่างออกไป แต่ผมคิดว่ามันคงเป็นบทเรียนที่ดีมากสำหรับพวกเขาจากสถานการณ์นี้ นั่นทำให้คุณจะเล่นเหมือนแชมป์มากขึ้น และไม่ไปสนใจกับเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้เสียเกมไป”
“ผมไม่ได้บอกว่าเราเป็นกลุ่มนักเตะที่น่ารักที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่เช่นกันที่คุณต้องทำตัวให้เหมือนแชมป์หรือทีมลุ้นแชมป์ และคุณคงชนะได้ในสถานการณ์ที่คุณต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเอง” ฮิดดิงค์ กล่าว


