กองปราบรวบ "สาวใหญ่" ตามหมายจับ คดีตุ๋นจ่าย3.5แสน ฝากเข้าเป็นทหาร-ตำรวจ ผู้เสียหายหลงเชื่อ20ราย มูลค่าความเสียหายกว่า4ล้าน
พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รักษาราชการแทน ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.เอนก บุญตา รอง สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.ท.สุรชัย จันทร์สิงห์ รอง สว.กก.2 บก.ป. ด.ต.เกียรติเฉลิม รักงาม ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. และตำรวจชุดจับกุมสังกัด กก.2 บก.ป. ร่วมกันทำการจับกุม น.ส.กมลชนก คล้ายทับ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 360/119 ซ.เขมาเนรมิต แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เลขที่ 36/2559 ลงวันที่ 21 มกราคม 2559 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง และ ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลขที่ 6/2559 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ในข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการและร่วมกันใช้เอกสารปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง
ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่ อาคารพิบูลย์คอนโด ซ.ประชาราษฎร์ 36 ถ.ประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.
พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้เดินทางไปแจ้งความว่า ในท้องที่ สภ.บึงสามพัน สภ.พุเตย สภ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ สภ.ปากมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน สภ.เมืองมหาสารคาม และ สภ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ว่า ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกให้เสียเงินเป็นจำนวนกว่าหลักหมื่น-หลักแสนบาท โดยอ้างว่าจะสามารถฝากบุตรหลานเข้ารับราชการในหน่วยงานราชการต่างๆได้ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ตำรวจ และ ทหาร จึงทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียกว่า 4 ล้านบาท
จากนั้นชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ อาคารพิบูลย์คอนโด ซึ่งตรงกับที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ของผู้ต้องหา จึงสนธิกำลังกับตำรวจสืบสวน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ในการเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งผู้ต้องหาเดินลงมาจากห้องพัก ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน น.ส.กมลชนก ให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำการดังกล่าวและเป็นบุคคลในหมายจับจริง โดยอ้างว่ารู้จักกับนายโกสินทร์ ที่จะสามารถนำพาบุคคลเข้ารับราชการได้ และให้ตนมีหน้าที่ไปติดต่อกับผู้ที่ต้องการฝากบุตรหลานเข้ารับราชการ ตำรวจ ทหาร รวมถึงการสอบบรรจุขององค์การบริหารส่วนตำบล ว่าสามารถฝากบุคคลเข้ารับราชการในหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งจะได้รับค่าส่วนแบ่งจากเงินที่ได้จากผู้เสียหาย โดยการฝากเข้ารับราชการในวุฒิปริญญาตรีนั้น จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจำนวน 3 แสน 5 หมื่นบาท ก่อนที่จะนำเงินทั้งหมดมอบให้นายโกสินทร์ ซึ่งหลังจากนั้นก็ติดต่อนายโกสินทร์ ไม่ได้อีกเลย โดยการกระทำดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 จนมาถูกตำรวจจับกุมในครั้งนี้
หลังจากนี้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม และเก็บรวบรวมหลักฐานก่อนส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




