ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 20 เมษายน
ที่ผ่านมา “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เอาชนะ “ทอฟฟีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง 4-0 ได้จาก ดิวอก โอริกี นาที 43, มามาดู ซาโก นาที 45, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ นาที 61 และ เฟลิเป คูตินโญ นาที 76 ส่วนทีมเยือนเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในนาที 50 หลังจาก รามิโร ฟูเนส โมรี ไปย่ำใส่ข้อเท้า โอริกี จนต้องถูกหามออกจากสนาม ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นมารั้งอันดับ 7 มี 54 แต้ม ส่วน เอฟเวอร์ตัน ยังอยู่อันดับ 11 มี 41 แต้ม
หลังจบเกม เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหงส์แดง ยกย่องผลงานของลูกทีมที่เล่นกันได้ดีตลอดทั้งเกม แต่ยอมรับว่า จุดเปลี่ยนของเกมนี้คือใบแดง ทำให้ผลการแข่งขันออกมาขาดลอยแบบนี้ และยังต้องรอดูอาการของ ดิวอก โอริกี กองหน้าตัวหลักที่ยิงไปแล้ว 10 ประตูว่าจะเจ็บหนักมากน้อยเพียงใด
ขณะที่ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ 2-0 จาก ดาเมียน เดลานีย์ กองหลังทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเอง นาที 4 และ มัตเตโอ ดาร์เมียน นาที 55 ซึ่งเป็นการซัดลูกแรกในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” ด้วย ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงรั้งอันดับ 5 แข่ง 34 นัด มี 59 แต้ม ตามหลัง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ที่แข่งน้อยกว่าหนึ่งเกมเพียงแต้มเดียว
หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมปีศาจแดง ชมลูกทีมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ตำหนิเรื่องการจบสกอร์ที่ปล่อยโอกาสลุ้นยิงประตูให้หลุดลอยกันไปเอง พร้อมกระตุ้นให้นักเตะคว้าชัยในอีก 4 เกมที่เหลือให้ได้ทั้งหมด เพราะยังมีลุ้นอันดับ 4 เพื่อคว้าสิทธิไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ส่วนผลอีกคู่ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม เปิดอัพตัน ปาร์ค ไล่ต้อน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 3-1 โดยเจ้าถิ่นได้จาก แอนดี คาร์โรลล์ นาที 11 และ มาร์ค โนเบิล เหมายิงจุดโทษ นาที 45 กับ 53 ส่วนทีมเยือนตีไข่แตกได้จาก เซบาสเตียน โพรเดิล นาที 64





