วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องปอท. เล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ค ถูกท้าวฯเชิดเงินสูญ100ล้าน

กลุ่มผู้เสียหายจาก "เล่นแชร์" ผ่านเฟซบุ๊ค โร่ร้องตำรวจ ปอท. เผยถูก "ท้าวแชร์" สาวโคราช โกงเชิดเงินกว่า 100 ล้าน

ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2559 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายแชร์เฟสบุ๊ก เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 บก.ปอท. เพื่อเอาผิดกับ น.ส.นันท์นภัส หรือเมย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาวนครราชสีมา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชาชน

ด้าน น.ส.ลักขณา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือน พ.ค.58 มีคนแนะนำให้เล่นแชร์ออนไลน์ในเฟสบุ๊กชื่อ “Siri Nun” โดยมี น.ส.นันท์นภัส หรือเมย์ เป็นเจ้าของเฟสบุ๊ก และท้าวแชร์ โดยมีสมาชิกกว่า 200 คนทั่วประเทศ โดย น.ส.นันท์นภัส จะตั้งกลุ่มแชร์รายวัน วันละกว่า 20 วง วงละ 10 คน โดยแต่ละวงจะมีการตั้งเงินไว้ตั้งแต่ 10,000-600,000 บาท โดยได้ดอกร้อยละ 14 หากลงเงิน จำนวน 1,000,000 บาท ก็จะได้ดอก 100,000 บาท แถมทอง 1 สลึงด้วย และจะปันผลคืนเงินต้นและดอกทุก 1 เดือน

น.ส.ลักขณา กล่าวอีกว่า ตั้งแต่กลางปี ตนได้เริ่มลงเงินเล่นแชร์ดังกล่าว และได้เงินกับดอกมาโดยตลอด ทั้งนี้ เมื่อเห็นว่ามันได้เงินแน่นอน จึงไปบอกพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ให้นำเงินมาลงทุนด้วยกัน ซึ่งมีจำนวนเงินกว่า 30 ล้านบาท โดยเป็นเงินของตนประมาณ 10 ล้านบาท กระทั่งในช่วงเดือน ธ.ค. 58 อยู่ๆท้าวแชร์ น.ส.นันท์นภัส ก็ได้หายไปและไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด ส่วนเฟสบุ๊กชื่อ “Siri Nun” ก็ยังมีการเปิดไว้อยู่ และเมื่อตนเองทราบว่า คงถูกโกงอย่างแน่นอน และสมาชิกในกลุ่มเริ่มจับกลุ่ม และหาข้อมูลของผู้ต้องหา ก่อนที่จะรวมตัวกันมาแจ้งความที่ บก.ปอท.

“ที่เจ็บใจที่สุดคือ ในเฟสบุ๊กของญาติพี่น้องของ น.ส.นันท์นภัส ได้ลงซื้อรถและบ้าน รวมทั้งเที่ยว กับรับประทานอาหารหรูๆ มาลงตลอด ทำให้รู้ว่า ไม่น่าเสียเหลี่ยมให้หลอกเลย คาดว่ารวมมูลค่าที่สมาชิกกว่า 200 คน ที่ถูกโกงไปในครั้งนี้ น่าจะมีจำนวนเงินมากกว่า 100 ล้านบาท ดังนั้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีให้ได้”

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องการรวมกลุ่มเล่นแชร์ ผ่านทางเฟสบุ๊ก โดยอ้างว่ามีผลการตอบแทนสูง เมื่อมีผู้หลงเชื่อจะจ่ายเงินปันผลให้ตามคำกล่าวอ้าง ในตอนแรกๆ ทำให้ผู้เสียหายคิดว่าได้เงินแน่นอน จึงเริ่มชักชวนคนใกล้ตัวมาลงทุนด้วย เมื่อเริ่มมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะปิดเฟสบุ๊ก รวมทั้งช่องทางการติดต่ออื่นๆ ก่อนที่จะหลบหนีไป จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียหายอยู่ทั่วประเทศ และไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน จึงอยากฝากเตือนการลงทุนด้านการเงิน ต้องทำกับคนที่เคยพบเจอหน้ากัน และร่างหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อพบเจอคำเชิญชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ให้ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการหลอกลวงไว้ก่อน

สำหรับคดีดังกล่าวทาง กอง2 บก.ปอท.จะสอบปากคำเบื้องต้น หากพบว่าเป็นเรื่องแชร์ลูกโซ่ จะส่งต่อคดีไปยังหน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ที่ดูแลเรื่องแชร์โดยตรง เบื้องต้นจะรับแจ้งความไว้ก่อน และผู้ต้องหาน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน